posttoday
INGRSไตรมาส3ทรุด93%

INGRSไตรมาส3ทรุด93%

16 ธันวาคม 2560

อิงเกรสกำไรไตรมาส 3 ปีนี้ 5 ล้าน ลด 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์มาเลย์แข่งแรง

 อิงเกรสกำไรไตรมาส 3 ปีนี้ 5 ล้าน ลด 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์มาเลย์แข่งแรง

นายอับดุลราฮิม บินฮาญี ฮีตัม กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) (INGRS) แจ้งว่า ไตรมาส 3 ปี 2560 (สิ้นสุดเดือน ต.ค.) มีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลง 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 65 ล้านบาท ลดลง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ รายได้ไตรมาส 3 ของบริษัทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากรายได้การผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศมาเลเซียที่ยังไม่ดีนัก จากการแข่งขันในธุรกิจที่ยังมีความรุนแรง บริษัทรับรู้รายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน 0.01 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีการรับรู้รายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน 34 ล้านบาท และมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 15 ล้านบาท ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกลุ่มยานยนต์ในไทย นายสุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า หลังจากยอดผลิตรถยนต์ไม่เติบโตมา 4 ปี ช่วงปี 2557-2560 เหลือประมาณ 1.9-1.95 ล้านคัน หลังจากพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.45 ล้านคัน ในปี 2555-2556 จากผลนโยบายรถคันแรกที่เริ่มทยอยหมดในปีนี้ จากครบกำหนด 5 ปีที่ห้ามขายรถยนต์และเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี ยอดขายรถยนต์ในปี 2560 เริ่มฟื้นตัวขึ้นเป็นประมาณ 8.5 แสนคัน เติบโต 11% ในขณะที่ยอดส่งออกติดลบ 7% เหลือ 1.1 ล้านคัน

นอกจากนี้ แนวโน้มปี 2561 ยอดผลิตรถยนต์คาดว่าจะยังได้แรงหนุนจากตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง การส่งออกคาดว่าจะรักษาระดับได้หรือเติบโตเล็กน้อย จึงทำให้ยอดผลิตรถยนต์ปี 2561 เท่ากับ 2-2.05 ล้านคัน กลับมาเติบโต 3-5%

อย่างไรก็ตาม เมย์แบงก์ คาดว่า ไทยจะกลับมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของค่ายรถยนต์ต่างๆ จากที่มีความพร้อมในหลายด้าน ดังนั้นจึงให้น้ำหนักกลุ่มยานยนต์ปกติ และคาดว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในปี 2561 จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2560 โดยไทยมีค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในไทย 12 บริษัทรถจักรยานยนต์ 5 บริษัท และบริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ระดับ 1-3 รวมกว่า 2,000 บริษัท

ทั้งนี้ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) จะเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรมจากส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นและมูลค่าไฟหน้าและไฟท้ายสูงขึ้น จากการที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น บริษัทได้รับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่เป็นโมเดลระดับโลกจะเริ่มผลิตใน 2 ปีข้างหน้า จึงขยายกำลังการผลิตรองรับและคาดว่าจะเข้าสู่เฟสแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้