posttoday
Nobel Week (3)

Nobel Week (3)

16 ธันวาคม 2560

หากเราผ่านไปที่เมือง Sanremo ซึ่ง เมืองตากอากาศในเขตริเวียร่าชายฝั่งทะเลลีกูเรีย หรือเมดิเตอร์เรเนียนของอิตาลี

 โดย ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

หากเราผ่านไปที่เมือง Sanremo ซึ่ง เมืองตากอากาศในเขตริเวียร่าชายฝั่งทะเลลีกูเรีย หรือเมดิเตอร์เรเนียนของอิตาลี เขาจะเรียกเมืองนี้ว่า City of Flowers (la Citt`a dei Fiori)

ซึ่งก็คือ "เมืองแห่งดอกไม้"

เพราะในบริเวณ Sanremo เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกและต้นไม้ประดับแหล่งใหญ่ของโลก ตามเชิงเขาก็จะเห็นมี Green House เต็มแน่นไปหมด

Sanremo สร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้อิตาลีและทำให้อิตาลีกลายเป็นที่ผลิตดอกไม้ส่งไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป ซึ่งที่มานั้นเพราะมีอากาศอบอุ่น ขณะที่อากาศในยุโรปส่วนมากหนาวเย็น แต่ที่ Sanremo ยังปลูกต้นไม้ได้ และหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมรถไฟนำคนเดินทางมาเที่ยว Riviera สะดวกขึ้น ทำให้การเชื่อม Riviera ของอิตาลี รวมทั้ง C^ote d'Azur ของฝรั่งเศสไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ในยุโรปใช้เวลาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง

คนมีฐานะในยุโรปเดินทางมายังแหล่งพักตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนง่ายขึ้น คนร่ำรวยโดยเฉพาะราชวงศ์ในประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น อังกฤษ รัสเซีย ต่างก็มาเป็นเจ้าของบ้านพักตากอากาศที่ Riviera กลายเป็นแฟชั่น

คนดังบางคนมาพักที่ Riviera ทุกปีจนรู้สึกผูกพัน ออกทุนปลูกต้นไม้และทำสิ่งสาธารณะให้ ก็ทำให้ดูดีขึ้นไปอีก

ปัจจัยที่มีความหมายต่อความเปลี่ยนแปลงที่ Riviera มากอย่างหนึ่งคือระบบคมนาคม ซึ่งไม่เพียงแต่นำคนจากยุโรปส่วนอื่นมาพักผ่อนได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงการทำให้ผลผลิตบางอย่างจากอิตาลีตอนเหนือกระจายไปสู่ยุโรปส่วนอื่นได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

จากปัญหาที่เมื่อเข้าหน้าหนาวพื้นที่อื่นในยุโรปผลิตดอกไม้ได้ลำบาก ทำให้ดอกไม้จาก Sanremo แสดงตัวตนขึ้นอย่างชัดเจน Sanremo กลายเป็นแหล่งดอกไม้ที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปต้องรู้จัก

Sanremo พยายามแต่งตัวให้เป็นเมืองแห่งดอกไม้

นั่งรถผ่านไปก็เห็นมีดอกปลูก ประดับถนนอยู่พอให้เดาออกว่ามาถึง Sanremo แล้ว

ในการเสด็จพระราชดำเนินยุโรปของรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ 2 ก็ได้เสด็จฯ มาในถนนสายนี้ และทรงกล่าวถึงดอกไม้ที่ Sanremo ว่า...ส่งไปขายไกลถึงรัสเซีย

ผู้เขียนก็เกริ่นถึง Riviera และ Sanremo มาพอสมควร ในความตั้งใจนั้นคือต้องการจะเชื่อมเนื้อหาเข้าไป กับงานมอบรางวัลโนเบล ซึ่งทุกปีจะมีดอกไม้จากเมือง Sanremo ประดับอยู่ในงาน ไม่เคยขาดหาย และดอกไม้ที่จัดส่งไปให้ทั้งหมดเป็นอภินันทนาการจากเมือง Sanremo ในอิตาลี ส่งไปให้ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายประการใด

ใครๆ ก็ต้องการมีส่วนร่วมในพิธีมอบรางวัลโนเบล เพราะงานใหญ่ระดับโลกอย่างนี้ แม้เอาของไปประเคนให้ฟรีๆ ก็มีคนอยากให้ ดูตัวอย่างการขนดอกไม้จาก Sanremo หลายคอนเทนเนอร์ไปอภินันทนาการให้ฟรีๆ ก็แล้วกัน

เพราะการส่งดอกไม้ไปให้ใช้ในงานมอบรางวัลโนเบลทุกปี ทำให้ชื่อเสียงดอกไม้จาก Sanremo ไปกลายเป็นเหมือนแบรนด์ร่วมกับชื่อ "Nobel" ไปอย่างแนบแน่น

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ใครๆ ก็ต้องเห็นคุณค่าของเมือง Sanremo ว่ามีคุณค่าอยู่ในระดับพรีเมียมแบรนด์ จึงเห็นว่าการส่งดอกไม้ไปให้ฟรีก็จริง แต่ได้เรื่องความเชื่อถือในตราสินค้ากลับมา และข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมการมอบรางวัลโนเบลนั้นจะเป็นข่าวที่โลกต้องสนใจอยู่ไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ ชื่อเสียงของดอกไม้จาก Sanremo ก็จะอยู่ในข่าวไปด้วย

แล้วดอกไม้ที่เมือง Sanremo ไปผูกติดแนบแน่นกับรางวัลโนเบลได้อย่างไร ?

คำตอบเป็นเพราะในบั้นปลายชีวิต อัลเฟรด โนเบล ได้แหล่งพำนักออกมาจากฝรั่งเศส เข้ามาอยู่ในอิตาลีก็อยู่ที่ Riviera โดยซื้อคฤหาสน์หลังนี้ ซึ่งเดิมเป็นของเศรษฐีชาวโปแลนด์ที่เพิ่งสร้างได้ไม่กี่ปีไว้พักอาศัย และได้หมดลมหายใจในคฤหาสน์ส่วนตัวที่เมือง Sanremo

โนเบลพักอยู่ในอิตาลีในระยะเวลาที่สั้นมาก คือเพียง 5 ปี

หลังจากเสียชีวิตแล้วก็มีคนมาซื้อคฤหาสน์ที่โนเบลต่อแล้วทำเป็นที่พัก

เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ มา Riviera หลังจากได้ทรงขึ้นแผ่นดินยุโรปที่ประเทศอิตาลี จุดแวะพักของพระองค์เพื่อเสด็จฯ ขึ้นเหนือ ได้เคยมาประทับที่ Villa Nobel ที่เมือง Sanremo นี่เอง

ที่ Villa Nobel นี้เอง พระองค์ทรงให้แพทย์มาตรวจพระวรกาย และให้ช่างภาพมาเขียนภาพพระองค์ชิ้นแรก รัชกาลที่ 5 มีความสนพระราชหฤทัยต่อ อัลเฟรด โนเบล ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของ Villa อยู่ไม่น้อย

Villa Nobel เป็นคฤหาสน์ที่แวดล้อมด้วยแมกไม้ที่ร่มรื่น นอกจากตัว Villa ไว้พักอาศัยแล้ว ยังมีเรือนเล็กๆ อีกหลังหนึ่งแยกไปซึ่งโนเบลไว้ใช้เป็นห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยหลักการแล้ว อัลเฟรด โนเบล ไม่เคยหยุดนิ่งในการค้นคว้าวิจัย โนเบลทดลองเพื่อทำสารเกี่ยวกับระเบิดอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นว่าโนเบลได้พัฒนาระเบิดไม่หยุด จากไนโตรกลีเซอรีนมาเป็นไดนาไมต์ จากไดนาไมต์ไปเป็นระเบิดที่ไร้ควัน ซึ่งในข่ายอุตสาหกรรมการผลิตระเบิดยังมีความต้องการระเบิดในคุณลักษณะจำเพาะต่างๆ รอให้วิจัยและทดลองอยู่อีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม การทดลองเพื่อพัฒนาระเบิดของโนเบลได้ผลงานอื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับระเบิดตามมาด้วย เช่น การสังเคราะห์หนังเทียม ยางเทียม

สำหรับเรื่องการทดลองนั้น บางครั้งความสำเร็จอันสำคัญกลับได้มาด้วยความบังเอิญ เช่นกรณีการได้ไดนาไมต์นั้น เป็นเหตุบังเอิญที่โนเบลทำไนโตรกลีเซอรีนหกลงบนพื้นดิน โนเบลก็สังเกตว่ามันกลับไม่ระเบิด แต่เมื่อนำไปจุดระเบิดดูมันกลับกลายเป็นระเบิดที่มีพลังมากกว่าที่ควรจะเป็น

แล้วในที่สุด การผลิตไดนาไมต์ก็เกิดขึ้น และมันกลายเป็นระเบิดยอดนิยม นำไปใช้ทั้งในงานก่อสร้าง สำรวจ อุตสาหกรรม สงคราม

โนเบลรีบจดลิขสิทธิ์และประสบความสำเร็จอย่างมากกับการผลิตระเบิดที่ได้มาจากความบังเอิญ

โนเบลร่ำรวยมหาศาลจากการลงทุนโรงงานผลิตระเบิดในหลายประเทศ รวมทั้งการได้รับค่าลิขสิทธิ์ในการผลิตระเบิดมากมาย

Villa Nobel เป็นทั้งที่พักและห้องทดลองให้กับโนเบลในบั้นปลายชีวิต และโนเบลจบชีวิตที่นี่

หลังจากเสียชีวิตก็มีผู้ซื้อ Villa Nobel เพื่อทำโรงแรมที่พัก ซึ่งรัชกาลที่ 5 ก็ได้เสด็จฯ ไปประทับหลังจาก โนเบลตายไปแล้ว

จากนั้นก็มีการขายเปลี่ยนมืออีก ภายหลังรัฐบาลอิตาลีได้ซื้อ Villa Nobel ไว้และทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ใครผ่านไปทางเมือง Sanremo ที่ริเวียร่าลองแวะเข้าไปเรียนรู้เรื่องราวส่วนหนึ่งของอัลเฟรด โนเบล ที่ให้ประโยชน์ในหลายแง่มุม

(อ่านต่อวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา