posttoday
ระบบ-พรรค ผู้สมัครอิสระ

ระบบ-พรรค ผู้สมัครอิสระ

16 ธันวาคม 2560

เราเพิ่งได้คุยกันไปคราวที่แล้วถึงเรื่องการปรับตัวของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง

เราเพิ่งได้คุยกันไปคราวที่แล้วถึงเรื่องการปรับตัวของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง และการดำเนินการทางการเมืองในด้านต่างๆ ภายใต้ระบบการเลือกตั้งที่ได้มีการออกแบบใหม่ และได้ผ่านการลงประชามติโดยประชาชนเสียงข้างมากได้ให้ความเห็นชอบจนมาเป็นบทบัญญัติส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นั่นคือ ระบบจัดสรรปันส่วนผสม (Mixed Member Apportionment - MMA)

ระบบการเลือกตั้งที่ว่าไปนั้น เป็นระบบที่มีการเลือกตั้งสองระบบอยู่ด้วยกันคือ ระบบเขต กับ ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมีเขตทั้งสิ้น 350 เขต บัญชีรายชื่ออีก 150 คน รวมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 500 คน และเป็นการกำหนดให้บรรดาผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหลายต้องสังกัดพรรคการเมือง โดยมีข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง หรือการลงมติเบื้องต้น (Primary Election หรือ Primary Vote) อันเป็นการคัดสรรผู้ที่จะมีความเหมาะสมภายใต้มติของสมาชิกพรรคให้เป็นตัวแทนพรรคไปลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นผู้แทน หรือ สส.ต่อไป

การจัดวางต่างๆ ที่ว่าไปนั้น หากจะพิจารณาแบบรวบรัด ถือเป็นการจัดวางระบบบนพื้นฐานของการสร้างความเป็นพรรคการเมืองให้เกิดขึ้นเป็นลำดับๆ โดยเริ่มจากการที่ผู้ก่อตั้งพรรค หรือบรรดาพรรคที่มีอยู่แล้ว จะต้องจัดวางกลไกในเรื่องการได้มาซึ่งผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้เขาทั้งหลายเหล่านี้ อันโดยทฤษฎีแล้วมีอุดมการณ์สอดคล้องต้องตรงกันกับผู้เริ่มก่อการ มาช่วยกันเป็นกำลังในการสร้างพรรค เพื่อคัดสรรและสนับสนุนจนตัวแทนจากพรรคของตนได้เข้าไปเป็นผู้แทน และเป็นผู้ทำหน้าที่แทนร่วมกันกับบรรดาสมาชิกพรรคทั้งหลายในการสร้างชาติต่อไป

เมื่อผ่านด่านประการแรกดังกล่าวได้แล้วก็ต้องพากันลงหลักปักฐานให้พรรคของตนได้รับการยอมรับ โดยการคัดสรรและส่งตัวผู้สมัครที่เป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน จากนั้นผู้สมัครดังกล่าวหากสามารถได้เป็นผู้แทน โดยร่วมกับบรรดาผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อทั้งหลายสามารถทำงานให้เป็นที่ประจักษ์ได้ โดยผ่านจากนโยบายของพรรคไปสู่นโยบายของรัฐ และนำไปสู่ทางปฏิบัติภายใต้การทำงานที่ต่อเนื่องทั้งของพรรคและของตัวแทนพรรคที่เข้าไปอยู่ในการทำงานอันเป็นกลไกรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเป็นสถาบันของพรรคการเมืองก็จะเริ่มก่อเกิด และหากพัฒนาไปเรื่อยๆ และรักษาเอาไว้ได้ พรรคการเมืองที่ผ่านระบบการเลือกตั้งที่ได้จัดวางเอาไว้ก็น่าจะมีความเป็นสถาบันขึ้นมาได้บ้าง

หากจะให้มีผู้สมัครอิสระทั้งหมด ล้มเลิกพรรค ก็แน่นอน คงต้องเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งใหม่หมด ถามว่ามีไหมระบบดังว่าที่ให้สมัครอิสระหมด ไม่ต้องมีพรรค แล้วก็มีผลดีกับประเทศชาติ และประชาชนด้วย ก็คงจะต้องตอบว่า มีอยู่ แต่โดยรวมแล้วคงจะยาก หากจะให้เป็นเช่นนั้นหมดเลย คือ มีแต่ผู้สมัครอิสระ และเป็นระบบเขตหมดเลย แต่หากไม่ได้มีข้อจำกัด ใครจะสังกัดพรรค ไม่สังกัดพรรค ก็ลงสมัครได้ แต่ในระบบที่มีทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ผู้สมัครอิสระก็จะไม่มีส่วนในระบบบัญชีรายชื่อ ประมาณนี้ก็คงจะพอเป็นได้

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการให้เสมอๆ กัน ก็อาจจะนำเสนอว่าใช้ระบบเขตหมดดีกว่า เช่นนี้ก็คงจะพอเห็นเค้าลางว่า ระบบการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และผู้สมัครอิสระมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร แต่ที่เป็นประเด็นก็คือ หากต้องการจะเปลี่ยนอะไรในประเทศเรายามนี้ในเรื่องที่ว่าไปกัน ก็คงจะหนีไม่พ้นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรื่องเช่นว่าจะเกิดหรือไม่ ใครจะทำอะไร อย่างไร เพื่อประโยชน์ของใครหรือไม่ ติดตามดูกันครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI