posttoday
เดินหน้าดึงพันธมิตร ลงทุนในอีอีซีไอ

เดินหน้าดึงพันธมิตร ลงทุนในอีอีซีไอ

16 ธันวาคม 2560

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการร่วมลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภาระหว่างบริษัท การบินไทยและบริษัทแอร์บัส

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการร่วมลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภาระหว่างบริษัท การบินไทยและบริษัทแอร์บัส จากผลการศึกษาพบว่าเป็นโครงการที่มีศักยภาพด้านศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานที่ครบวงจร และเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินที่ดีที่สุดของโลก

ทั้งนี้ โครงการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่จะเห็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่จะทะยานขึ้น

ร.ท.รณชัย วงศ์ชะอุ่ม ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่า ขอบเขตการลงทุนโครงการในระยะแรกเตรียมจัดตั้งธุรกิจ 7 กิจกรรม เช่น การจัดธุรกิจซ่อมบำรุง ครอบคลุมการซ่อมใหญ่ การตั้งคลังอะไหล่ การออกแบบการก่อสร้างอาคาร เป็นต้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่การบินไทยจะได้รับ 13% พร้อมคืนทุนภายใน 11 ปี ส่วนแผนการลงทุนระยะยาวในปี 2577 อาจขยายที่จอดเครื่องบินเพิ่มเป็นแห่งที่ 2 เป็นต้น

สำหรับอีกหนึ่งในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คือ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) โดย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งศตวรรษที่ 21 (อินโนเวชั่น ฮับ เซ็นเตอร์) หรือซิลิคอน วัลเลย์แห่งศตวรรษที่ 21

ขณะเดียวกันจะมีการดึงเครือข่ายความร่วมมือบริษัทวิจัยระดับโลก 14 ประเทศเข้ามาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ในอีอีซีไอ โดยระยะแรก (เฟส 1) เริ่มปี 2561 สวทช.จะจัดตั้งศูนย์กลางและพัฒนาในด้านวิจัยงบประมาณเบื้องต้นอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท และใช้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน ปตท.จะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่สาธารณูปโภค หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการเฟสต่อไป เชื่อมั่นว่า ในระยะยาวอีอีซีไอจะมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก

"หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 จะต้องประกอบการด้วยการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ ด้วยการสร้างนวัตกรรม การทำวิจัยพัฒนา การสร้างความเชื่อมโยงด้านต่างๆ และการสร้างโค-ครีเอชั่น" สุวิทย์ กล่าว

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า จะเดินหน้าชักชวนบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุน พร้อมจัดตั้งศูนย์ อาร์แอนด์ดีในพื้นที่อีอีซีไอ ทั้งนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน ล่าสุด บริษัท เอสเอไอซี จากประเทศจีน ได้วางแผนเข้ามาลงทุนจัดตั้งศูนย์วิจัยแบตเตอรี่ในพื้นที่แล้ว

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า แผนดำเนินการเฟส 1 พื้นที่อีอีซีไอเริ่มตั้งแต่ปี 2561 มีระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี โดยจะจัดตั้งอาคารสำนักงานวิจัยในวังจันทร์วัลเลย์ พร้อมผลักดันการวิจัยสร้างนวัตกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ หรือไบโอโพลิส และการเป็นศูนย์กลางวิจัยและนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ หรืออารีโพลิส อีกทั้งได้หารือกับประเทศเยอรมนี ร่วมมือสร้างโรงงานต้นแบบของอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ (Biorefinery)

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า การร่วมมือพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ อยู่ใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยเฟส 1 พื้นที่รวม 760 ไร่ แบ่งเป็น สวทช. จะใช้พื้นที่ในการพัฒนาด้านวิจัยและพัฒนารวม 354 ไร่ และ ปตท.จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่อีกกว่า 300 ไร่ เพื่อสร้างสู่พื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่พักอาศัย สถาบันการศึกษา และโรงแรม เพื่อรองรับกลุ่มนักวิจัยและภาคเอกชนที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี ส่วนเฟส 2 ใช้พื้นที่ 1,200 ไร่ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งโครงการ 2,500 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา