
CPNรีทเบอร์2อาเซียน
ทรัสต์ CPNREIT ขึ้นแท่นใหญ่อันดับ 2 อาเซียน เล็งซื้อสินทรัพย์จากซีพีเอ็นเพิ่ม ปี 2561 ออกหุ้นกู้คืนหนี้ 1.2 หมื่นล้าน
ทรัสต์ CPNREIT ขึ้นแท่นใหญ่อันดับ 2 อาเซียน เล็งซื้อสินทรัพย์จากซีพีเอ็นเพิ่ม ปี 2561 ออกหุ้นกู้คืนหนี้ 1.2 หมื่นล้าน
น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการ บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุน มีขนาด 4.6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนอันดับ 1 อยู่ในมาเลเซีย
นอกจากนี้ กองทุนมีแผนซื้อสินทรัพย์เพิ่มจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เมื่อสินทรัพย์มีความมั่นคง เช่น มีอัตราการเช่าและมีค่าเช่าในระดับสูง โดย ที่ผ่านมามีการนำสินทรัพย์เข้ากองทุนเฉลี่ย 2-3 ปี ต่อ 1 สินทรัพย์ ขณะที่คาดว่าอัตราผลตอบแทนตามประมาณการในปีนี้จะอยู่ที่ 1.47 บาท/หน่วย และเพิ่มขึ้นเป็น 1.67 บาท/หน่วย ในปี 2561 สำหรับอัตราผลตอบแทนล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 7% ต่อปี อ้างอิงราคาปิด 22.80 บาท/หน่วย (ณ วันที่ 14 พ.ย. 2560)
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างทางการเงินด้วยการออกหุ้นกู้ เพื่อนำเงินมาคืนหนี้เงินกู้ 1.2 หมื่น ล้านบาท โดยคาดว่าจะจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) ไตรมาสแรกปีหน้า
ทั้งนี้ CPNREIT เป็นกองทรัสต์ที่แปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทลโกรท (CPNRF) โดยการรับโอนสินทรัพย์ ได้แก่ โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต และเข้าลงทุนโครงการเพิ่มเติม ได้แก่ เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช และโรงแรมฮิลตัน พัทยา
น.ส.วัลยา กล่าวว่า หลังจากที่กองทรัสต์ CPNREIT เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม ส่งผลให้มีสัดส่วนของอัตราเงินกู้ยืมต่อทรัพย์สินรวมอยู่ที่ประมาณ 33.8% ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุน ได้รับประโยชน์จากการจัดโครงสร้าง เงินทุนของกองทรัสต์ที่เหมาะสม ผ่านการกู้ยืมเงิน ซึ่งมีต้นทุนทางการเงิน ที่ต่ำกว่าต้นทุนของเงินทุน (Gearing Benefit) และนับว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากการกู้ยืมเงินได้มากกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จะทำให้ผู้ถือหน่วยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPN กล่าวว่า รายได้ของบริษัทในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตมากกว่าปีนี้ และเตรียมเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่ง โครงการอสังหาริมทรัพย์ 3 โครงการ
"คาดว่าธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจ โรงแรมและการท่องเที่ยว จะเติบโตได้ดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าและอัตราการเข้าพักของโรงแรม"







