
ทรานส์ฟอร์มการผลิต สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย ในยุคที่ไทยกำลังก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการต้องทรานส์ฟอร์ม เร่งการลงทุนระบบออโตเมชั่นหรือโรโบติก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ประสิทธิภาพ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำต่อการวางแผนตลาดและกระบวนการผลิต
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ในยุคที่ไทยกำลังก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการต้องทรานส์ฟอร์ม เร่งการลงทุนระบบออโตเมชั่นหรือโรโบติก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ประสิทธิภาพ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำต่อการวางแผนตลาดและกระบวนการผลิต
วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ นายกสมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขสมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (ไอเอฟอาร์) คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมที่จะนำหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์มาใช้งานเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ดี ระบบอัตโนมัติและ หุ่นยนต์ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาห กรรม 4.0 ซึ่งอัตราส่วนการทดแทนแรงงานของหุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงาน 1 หมื่นคน ซึ่งไทยมีปริมาณการใช้ หุ่นยนต์อยู่อันดับ 9-10 ของโลก โดยมีอัตราการใช้หุ่นยนต์ 50-60 ตัวต่อจำนวนแรงงาน 1 หมื่นคน จากในปี 2557 ไทยมีปริมาณนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอัตราการใช้หุ่นยนต์ของโลกอยู่ที่ 66 ตัวต่อจำนวนแรงงาน 1 หมื่นคน
"แนวโน้มในปี 2562 ไทยจะเริ่มมีหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานในประเทศสัดส่วน 10% ของอุตสาหกรรม ปีหน้าจะเริ่มเห็นผู้ประกอบการไทยนำดาต้าหรือข้อมูลมาทำการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อวางแผนในกระบวนการผลิตและการทำตลาดมากขึ้น และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าการใช้งานโรโบติกจะเริ่มขยายจากอุตสาหกรรมไปสู่ชีวิตประจำวันของคนทั่วไปมากขึ้น ซึ่งขณะนี้เริ่มมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น หรือกระทั่งระบบรักษาความปลอดภัย" วิทยา กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ไทยต้องเร่ง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 เพราะระบบ ออโตเมชั่นหรือโรโบติกช่วยลดต้นทุน การผลิต เพิ่มคุณภาพและเพิ่มปริมาณ การผลิต แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งช่วยประหยัดพลังงานและขณะเดียวกันก็รักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และที่สำคัญคือระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์จะเชื่อมโยงการสื่อสาร ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้ทันเหตุการณ์ นับเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจยุค 4.0
ด้าน วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีต ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) กล่าวว่า นโยบายของภาครัฐสนับสนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยวางเป้าหมาย 5 อุตสาหกรรมที่ต้องใช้หุ่นยนต์เป็นรากฐาน ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ท่องเที่ยว เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และการแปรรูปอาหาร
"ไทยต้องเร่งจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัยและเทคโนโลยี เพื่อป้อนแรงงานสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งต้องสร้างบุคลากรจำนวนกว่า 6.3 หมื่นคน ภายใน 5 ปี เพื่อมารองรับกับอุตสาหกรรม เป้าหมาย และยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่การปฏิรูปอุตสาหกรรมยุคที่ 4" วิฑูรย์ กล่าว
สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ภาคการศึกษาและผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอีของไทย ต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำอย่างไรเอสเอ็มอีไทยจะใช้ระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถ
สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี เวียดนาม มีการกำหนดนโยบายอย่างชัดเจน ส่งผลให้ทิศทางการแข่งขันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตของไทย สิ่งแรกที่ไทยควรดำเนินการคือ สร้างบุคลากร ทั้งวิศวกร แรงงานทักษะออโตเมชั่นและโรโบติก รวมถึงบุคลากรซ่อมบำรุงดูแลรักษาระบบ ออโตเมชั่นเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรม 4.0
ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยวางแผน 5 ปี จะปั้นนักศึกษาเพื่อป้อนสู่อุตสาห กรรมจำนวน 300 คน ได้แก่ ภาควิชาเครื่องกล ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม ซึ่งจะเปิดหลักสูตรออโตเมชั่นและ หุ่นยนต์ปี 2561 หรือ 2562 เบื้องต้นได้ จับมือร่วมกับเดลต้า เปิดตัวสมาร์ทแล็บอัจฉริยะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัยและการฝึกอบรม จากเดลต้า เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันในปี 2561 จะเปิดเมกเกอร์สเปซ พื้นที่สำหรับเมกเกอร์ นักวิจัย สตาร์ทอัพ มาพบปะทำงานและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน
สุรัฐ ขวัญเมือง ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ภาครัฐควรลดภาษีอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่ใช้ในอุตสาหกรรมออโตเมชั่นและ หุ่นยนต์ เช่น เซ็นเซอร์ ในด้านการพัฒนาบุคลากร ควรพิจารณาผลตอบแทนสำหรับบัณฑิตที่จบการศึกษาระหว่างอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาไม่ให้มีความแตกต่างกันมากนัก จะช่วยลดการ สูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพไปยังองค์กรอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาการ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
ได้เวลาแล้วที่อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพราะผู้ประกอบการจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ใครไม่ปรับตัวให้เร็วจะอยู่รอดยาก n







