
สร้างโอกาสสตาร์ทอัพ ผ่านพื้นที่ส่วนกลาง
เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญแม้ว่าในไทยจะมีโคเวิร์กกิ้งสเปซ หรือพื้นที่ส่วนกลางในการทำงานจำนวนมากในไทย แต่การร่วมมือกันของฮับบ้า (HUBBA) สตาร์ทอัพรายใหญ่ในธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ และกูเกิล ประเทศไทย จะช่วยให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือสตาร์ทอัพของไทยมีพื้นที่ในการเข้าถึงผู้ประกอบการทั่วโลกสะดวกขึ้น
เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
แม้ว่าในไทยจะมีโคเวิร์กกิ้งสเปซ หรือพื้นที่ส่วนกลางในการทำงานจำนวนมากในไทย แต่การร่วมมือกันของฮับบ้า (HUBBA) สตาร์ทอัพรายใหญ่ในธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ และกูเกิล ประเทศไทย จะช่วยให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือสตาร์ทอัพของไทยมีพื้นที่ในการเข้าถึงผู้ประกอบการทั่วโลกสะดวกขึ้น
ไมค์ คิม ผู้พัฒนาเครือข่าย Google for Entrepreneurs ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการเข้าถึงสตาร์ทอัพทั่วโลกนั้น เพราะมองเห็นศักยภาพและโอกาสมากมายที่เกิดขึ้น
"ต้องยอมรับว่าไทยมีศักยภาพในเรื่องการเข้าถึงโมบายดาต้า โอกาสการใช้งานเครือข่ายและแอพพลิเคชั่นอีกมาก การเติบโตของสมาร์ทโฟน เรียกได้ว่าไทยมีเครือข่าย 4จี ที่ดีกว่าซานฟรานซิสโกเสียอีก" คิม กล่าว
นอกจากนี้ สตาร์ทอัพของไทยมีความสามารถและศักยภาพในความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่าเดิม เพราะมองเห็นปัญหาและอยากที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงแก้ไข ทำให้การเดินหน้าธุรกิจของผู้ประกอบการหน้าใหม่มีความหลากหลาย ดังนั้นการสนับสนุนสตาร์ทอัพของไทยผ่านนโยบายของรัฐก็เป็นโอกาสที่ธุรกิจรายย่อยนี้จะเดินหน้าได้ดีขึ้น
ด้านการเปิดศูนย์กลางของการทำงานร่วมกันของกูเกิลผ่านพาร์ตเนอร์กว่า 50 รายทั่วโลก โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีที่อินโดนีเซีย สิงคโปร์และไทย ถือว่าเป็นประเทศที่ 3 ที่มีความร่วมมือกันในลักษณะนี้
ความร่วมมือดังกล่าว จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ โคเวิร์กกิ้งสเปซผ่านโครงการกูเกิลฟอร์อองเธอร์เพอร์เนอร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและอบรมสตาร์ทอัพให้มีการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างแข็งแรง ซึ่งกูเกิลไม่ได้คิดเป็นเม็ดเงินในการลงทุน แต่เป็นการสนับสนุนในการจัดกิจกรรม โดยดึงวิทยากรชั้นนำของกูเกิลมาร่วมให้ความรู้
อีกรูปแบบหนึ่ง คือ กูเกิลเวนเจอร์ จะเป็นการลงทุนเงินก้อนแรกสำหรับไปพัฒนานวัตกรรมและบริการให้แก่ผู้ใช้งาน ในส่วนนี้ก็ไม่ได้มีตัวเลขลงทุนที่ชัดเจน จะอยู่ที่รูปแบบของธุรกิจในการใช้เงินทุนตั้งต้นมากกว่า
อมฤต เจริญพันธ์ ผู้ก่อตั้งและ ซีอีโอ ฮับบ้า (HUBBA) กล่าวว่า ธุรกิจของฮับบ้าซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านโคเวิร์กกิ้ง สเปซมาตั้งแต่ปี 2555 ค่อนข้างมีความ แข็งแรงในการเป็นศูนย์กลางที่รวบรวม สตาร์ทอัพชั้นนำของประเทศ ซึ่งหลาย ธุรกิจเกิดขึ้นจากการพูดคุยและร่วมกิจกรรมกันในโคเวิร์กกิ้งสเปซแห่งนี้
ยกตัวอย่างสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Event pop บริการแพลตฟอร์มจัดงานอีเวนต์ flowaccount โปรแกรมบัญชีออนไลน์ storylog แอพพลิเคชั่น เล่าเรื่อง-อ่านเรื่อง-แชร์เรื่อง จากผู้คนทั่วสารทิศ haupcar บริการเช่ารถผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นต้น
การเติบโตของบริษัทถือว่ามีทิศทางบวกต่อเนื่อง โดยฮับบ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกปีตั้งแต่เปิดให้บริการ และกำลังจะมีการระดมทุนรอบใหม่เพิ่มเติม เพื่อมาขยายสถานที่ในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งต้องดูความต้องการของจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ก่อน ขณะนี้เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง คือ เอกมัย ฮาบิโตะ และสยามดิสคัฟเวอรี่ และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง เร็วๆ นี้
"ผมมองว่าผู้ประกอบการยังต้องการโอกาสและอีโคซิสเต็มหลายอย่าง แม้ว่าประเทศไทยจะมีความพร้อมก็จริง แต่นอกจากโครงสร้างทั่วไปแล้ว ความรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไทยยังใหม่กับเรื่องสตาร์ทอัพ" อมฤต กล่าว
ขณะที่การได้ความร่วมมือจากกูเกิล มาเสริมในเรื่องการจัดสัมมนาอบรม ผู้ประกอบการแล้ว ยังช่วยให้สตาร์ทอัพมีโอกาสขยายธุรกิจไปในต่างประเทศได้อย่างแข็งแรงขึ้น จากปกติฮับบ้าจะมีอัตราการจัดกิจกรรมเฉลี่ย 20-30 ครั้ง/เดือนอยู่แล้ว หลังการเกิดความร่วมมือ ดังกล่าว จะมีกิจกรรมที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้น และมีสปีกเกอร์ชั้นนำจากกูเกิล มาให้ความร่วมมือมากขึ้น ทั้งเชิงเทคนิคการใช้เครื่องมือ เพิ่มแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนไอเดียและเปิดกว้างด้านโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างแข็งแรง
ด้านอัตราค่าบริการของฮับบ้าโตะ สาขาอ่อนนุช เริ่มต้นที่ 449-2.5 หมื่นบาท/วัน หรือจะเช่าเป็นออฟฟิศ เริ่มต้นที่ 1.99-3.49 หมื่นบาท/เดือน ส่วนการเข้าร่วมกิจกรรม ถ้าเป็นสมาชิกก็จะมีการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสนใจอัพเดทให้ผู้ใช้บริการได้ทราบ
ทั้งนี้ การใช้งานโคเวิร์กกิ้ง สเปซในไทยจากประชากรทั้งหมดยังมีเพียง 0.4% ของพื้นที่ใช้งาน ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงใช้งานมากถึง 1.5-1.6% จึงเป็นโอกาสของธุรกิจ ที่มีการเติบโตมากขึ้น คาดว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจนี้จะโตขึ้นได้อีก 4 เท่า
อมฤต กล่าวว่า การปรับปรุงพื้นที่การทำงานของภาคธุรกิจ ทำให้พนักงานเข้าใจรูปแบบการทำงานแบบโคเวิร์กกิ้ง สเปซ หรือการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันมากขึ้น แม้ว่าจะมีร้านกาแฟ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โอเปอเรเตอร์เปิดธุรกิจรูปแบบนี้ให้ลูกค้าใช้งานฟรีมากขึ้น ทุกรายก็มีรายได้ใหม่เข้ามามากขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ การทำงานแบบโคเวิร์กกิ้ง สเปซ ไม่ใช่แค่พื้นที่ส่วนกลางในการทำงาน แต่ยังหมายความถึงการเชื่อมต่อทางธุรกิจกับคนใหม่ๆ ด้วย จึงเป็นเหตุผลหลักที่ฮับบ้ายังมีโอกาสเติบโต รวมทั้งการหาความรู้ผ่านโคเวิร์กกิ้งสเปซได้นั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ หากธุรกิจของคุณไม่ได้เป็นที่รู้จัก
สิ่งที่ฮับบ้าจะเดินหน้าต่อไป คือ การสนับสนุนทางด้านการศึกษา หลังจากที่บริษัทร่วมมือกับภาคเอกชนในการร่วมโรดโชว์ในต่างจังหวัด แล้วพบว่ายังมีคนไทยในหัวเมืองใหญ่อีกมากที่ต้องการพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้ และสตาร์ทอัพในต่างจังหวัดก็รู้จักฮับบ้าเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันในบางจังหวัดมีการทำเพจฮับบ้าของจังหวัดนั้นๆ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแชร์ข่าวสารของคนในพื้นที่ หลังจากเข้าไปคุยก็พบว่าเป็นการแอบทำขึ้นมา จึงขอความร่วมมือไปว่าไม่ให้ทำ ซึ่งก็เข้าใจเพราะเขาต้องการให้เราขยายสาขาไปในจังหวัดนั้น
โอกาสของธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยยังมีอีกมาก หากเป็นในอดีตสตาร์ทอัพอาจต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างครอบคลุมทั่วพื้นที่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือคนที่จะมาช่วยตอบสนองด้านคอนเนกชั่น และให้ความรู้เชิงธุรกิจมากกว่า
สิ่งที่ไทยยังขาด คือ เรื่องของความรู้ที่แข็งแรง ไม่มีการให้ความรู้ที่รอบด้าน แม้กระทั่งในสถานศึกษาก็ไม่ได้เปิดโอกาสด้านความรู้ใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจ ทำให้สตาร์ทอัพไม่รู้ว่าควรจะเดินหน้าธุรกิจอย่างไร ทำให้มีสตาร์ทอัพที่สำเร็จน้อยกว่าล้มเหลว
ต้องยอมรับโครงสร้างพื้นฐานและพฤติกรรมของคนไทยในการใช้ออนไลน์ดีขึ้นกว่าเดิม และเรากำลังต้องการเรื่องของความรู้ใหม่ๆ มากขึ้นแล้ว ได้แต่หวังว่าภาคการศึกษาจะเปิดกว้างให้ความรู้ใหม่ๆ เข้าถึงเด็กๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติกันมากกว่านี้ n







