posttoday
ทำงานต้องสามัคคี และ เป็นทีม

ทำงานต้องสามัคคี และ เป็นทีม

11 ธันวาคม 2560

เรื่อง : วราภรณ์ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงินก้อง-กณพ เชาว์วิศิษฐ คือ ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ปัจจุบัน กณพนั่งในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเคมีอุตสาหกรรม บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) หนุ่มราศีธนูวัย 31 คนนี้คือบุตรชายคนที่ 4 ของ ร.ท.ชาญ-เพ็ญพรรณ เชาว์วิศิษฐ ดีกรีศึกษาจบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท Mathematical Finance ที่ University of Essex ประเทศอังกฤษ เมื่อศึกษาจบเขากลับมาช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัวต่อจากคุณปู่ (สุจินต์ เชาว์วิศิษฐ) โดยไปเรียนรู้งานที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน เรื่องหน้าตากณพก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกณพเคยเป็นผู้นำเชียร์ประจำการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 60 มาแล้ว ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักและปลูกฝังการทำงานร่วมกันเป็นทีม รวมถึงเวลาว่างยังชอบการตีกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งทำให้ได้ใช้สมาธิ การวางแผน นำมาครีเอทการต่อยอดธุรกิจต่อไปด้วย

เรื่อง : วราภรณ์ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ก้อง-กณพ เชาว์วิศิษฐ คือ ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ปัจจุบัน กณพนั่งในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเคมีอุตสาหกรรม บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) หนุ่มราศีธนูวัย 31 คนนี้คือบุตรชายคนที่ 4 ของ ร.ท.ชาญ-เพ็ญพรรณ เชาว์วิศิษฐ ดีกรีศึกษาจบปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท Mathematical Finance ที่ University of Essex ประเทศอังกฤษ เมื่อศึกษาจบเขากลับมาช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัวต่อจากคุณปู่ (สุจินต์ เชาว์วิศิษฐ) โดยไปเรียนรู้งานที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน เรื่องหน้าตากณพก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกณพเคยเป็นผู้นำเชียร์ประจำการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 60 มาแล้ว ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักและปลูกฝังการทำงานร่วมกันเป็นทีม รวมถึงเวลาว่างยังชอบการตีกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งทำให้ได้ใช้สมาธิ การวางแผน นำมาครีเอทการต่อยอดธุรกิจต่อไปด้วย

ภาคของการทำงาน ก้องเล่าว่า บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ที่ก่อตั้งมานั้นคุณปู่สุจินต์ร่วมกับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 60 ปีก่อน เป็นเทรดดิ้งเฮาส์รายใหญ่ของเมืองไทย ดำเนินธุรกิจนำเข้า ส่งออก ธุรกิจบริการ ซื้อขาย และค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เหล็กแผ่น เหล็กแท่ง และผลิตภัณฑ์โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก วัตถุดิบอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนรถยนต์ อาหารและผลิตภัณฑ์บริโภค เครื่องจักรกลด้านการเกษตร ด้านสิ่งทอ การก่อสร้าง การขนส่ง และการประหยัดพลังงาน ปัจจุบันมีจำนวนพนักงานในบริษัทและในเครือราว 8,000 คน มีธุรกิจร่วมทุนกับบริษัทต่างๆ มากกว่า 80 บริษัท

ในการทำงาน กณพยึดคติในการทำงานตามแบบ Learning by Doing เรียนรู้โดยการลงมือทำ ได้เห็นภาพรวมการทำงานเข้าใจอย่างแท้จริง รวมทั้งการบริหารผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นกันเอง ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนั้นยังยึดหลักในเรื่องการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ต้องทำความเข้าใจ ใช้ความคิดแบบรอบด้าน ซึ่งกณพก็ยึดหลักการทำงานนี้มาบริหารงานกว่า 6 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังบริหารงานโดยคำนึงถึงการตอบแทนสังคม อันเป็นเจตนารมณ์ของคุณปู่ผู้ก่อตั้งบริษัทอยู่เสมอ

"ด้วยสภาพธุรกิจปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ต้องคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงที่สุดและมีความแตกต่างจากคู่แข่ง และในการประชุมของบริษัทร่วมกับชาวญี่ปุ่น ผมยังมีส่วนสำคัญในการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นด้วย แม้ผมเป็นผู้จัดการแผนกนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีน้องๆ รับผิดชอบงานอยู่แล้ว แต่ตัวผมเองควรรู้เนื้องานทั้งหมด เพราะงานเราแบ่งตาม โปรดักต์และฐานลูกค้า ส่วนผมมีหน้าที่ทำงานให้สมูทที่สุด ซึ่งผมเพิ่งเปลี่ยนแผนกเดิมผมอยู่แผนกเคมีอุตสาหกรรม 2 ปี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อยากให้ผมเรียนรู้ทุกแผนก บริษัทเราแบ่งตามโปรดักต์ เคมี ชิ้นส่วนยานยนต์ก็แผนกหนึ่ง สินค้าแต่ละแผนกก็มีวัฒนธรรมการทำงานแต่ละแผนกก็ไม่เหมือนกัน เช่น สมมติชิ้นส่วนยานยนต์ทำจากเหล็กฝ่ายผลิตจะนำเหล็กแผ่นส่งไปโรงงานเพื่อไปปั๊มเป็นรถ ปั๊มเสร็จเราต้องนำชิ้นส่วนยานยนต์นั้นนำมาประกอบเป็นรถยนต์ โดยส่งไปโรงงานโตโยต้าเพื่อประกอบและกลายเป็นรถหนึ่งคัน บางทีโรงงานทั้งลูกค้าและซัพพลายเออร์ไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง"

ก่อนเริ่มงานกับบริษัท โตโยต้า ทูโชฯ ของครอบครัว กณพได้ไปเรียนรู้กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนของ โตโยต้า ทูโช คอร์ปอเรชั่น ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 3 ปี พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรแบบญี่ปุ่น เพื่อนำมาปรับใช้กับการบริหารงานของครอบครัว จากการเคยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้กณพเรียนรู้วัฒนธรรมที่ดีในการทำงานของคนญี่ปุ่นมากมาย อาทิ คนญี่ปุ่นมีความละเอียดรอบคอบมีวัฒนธรรมองค์กรสูง มีลำดับขั้นตอนการทำงานการประชุมของคนญี่ปุ่นที่แตกต่างจากคนไทยมาก

"อย่างวิธีการลำดับขั้นตอนการประชุมของญี่ปุ่น เท่าที่ผมเจอมาผมทำแผนก เหล็ก เวลานัดประชุมอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการประกาศให้ทราบทั่วกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการจะมีประชุมย่อยๆ ก่อน ตอนก่อนไปญี่ปุ่นผมทำงานแผนกเหล็กลูกค้านัดประชุมที่ปราจีนบุรีต้องขับรถไป 2 ชั่วโมง แล้วคุยเรื่องส่วนตัวแค่ 15 นาทีเสร็จ หากเราไม่มีการประชุมก่อนเราจะไม่เข้าใจ ทำให้เราเรียนรู้วัฒนธรรมและรู้จักการ ปรับตัว คนญี่ปุ่นละเอียดมีสเต็ป แต่คนไทยคิดว่าประชุมทีเดียวจบ แต่ของญี่ปุ่นต้องประชุมรวบรวมความคิดกันก่อน ซึ่งมีประโยชน์มาก"

อาจกล่าวได้ว่า กณพสนิทกับคุณปู่ผู้ก่อตั้งบริษัทโตโยต้า ทูโช (ประเทศไทย) มาก ขณะที่คุณปู่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านสอนให้เขา ซึ่งแม้เป็นหลานเจ้าของบริษัท แต่เมื่อไปทำงานอยู่ในบริษัทแล้ว ต้องทำตัวเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่ง

"ปู่สอนว่าต้องสวมหมวกให้ถูกต้อง เข้าไปปุ๊บต้องทำงานในหน้าที่นั้นๆ อย่าเข้าไปแล้วคิดว่าฉันเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ทำงานเหมือนพนักงานทั่วไป เริ่มงาน 8 โมงครึ่งต้องไปตามนั้น คิดว่าตัวเองเป็นลูกเจ้าของไม่ได้ ไม่งั้นระบบมันจะพังหมด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้องได้เห็น อันนี้เป็นหลักที่ทำให้เราอยู่มา 60 ปี เวลาปู่ส่งผมไปทำงานท่านไม่ได้ให้อยู่ในแผนกผู้บริหารระดับสูง เพราะด้วยอายุผมยังน้อย ถ้าส่งผมไปเหมือนกับผมไปนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ผมไม่ได้เห็นภาพรวมว่าเป็นอย่างไร ถ้าเรารู้ปัญหาภาพรวมจริงๆ ดีมากๆ อย่างญี่ปุ่นเห็นว่าเราเป็นพาร์ตเนอร์ที่จริงจัง เรามีระบบงานที่ดี เราทำงานตามระบบของเขาแต่เราก็กล้าแสดงความคิดเห็น ค่อยๆ ปรับจูน ผมคิดว่าผมโชคดีที่ได้เรียนรู้การทำงานในหลายๆ แผนก ทำให้ผมเห็นภาพแต่ละแผนกทำงานเชื่อมโยงกันได้อย่างไร มีความเข้าใจการทำงานในแต่ละแผนกขององค์กรมากขึ้น"

ในฐานะเป็นน้องเล็กของบ้าน แต่พี่ๆ มีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน เช่น พี่สาวคนโต (อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ) เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ที่คอยดูแลน้องๆ และคอยให้คำแนะนำที่ดีเสมอๆ และพี่สาวมีข้อดีคือใจเย็น มองออกว่าน้องแต่ละคนมีความสามารถด้านไหนและเหมาะกับอะไร

"พี่สาวเป็นคนมีศิลปะในการพูด เขารู้ว่าเขาจะพูดกับ พี่ชายผมและผมอีกแบบหนึ่ง ทำให้เราทำงานกันอย่างราบรื่น อย่างที่เล่ามาแล้วชีวิตการทำงานของผมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อการรู้ทุกด้าน ล่างยันบน ทำงานอย่างเข้าใจ เข้าใจเนื้องานเพราะ แต่ละแผนกเชื่อมโยงกัน ซึ่งเมื่อก่อนบางแผนกทำงานไม่เชื่อมกัน พอผมเข้ามาทำงานในหลายๆ แผนก ผมเริ่มมีไอเดีย เอาธุรกิจแต่ละแผนกมาเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทำให้การทำงานแต่ละ แผนกสมูทกันมากขึ้น ทำให้ผมเข้าใจปัญหาประจำวันที่เกิดขึ้นกับพนักงาน ถ้าไม่ได้ลงไปอยู่ในแต่ละแผนก บางครั้งพนักงานแก้ปัญหากันเอง เวลารายงานผลแก้แล้ว แต่จริงๆ กว่าจะแก้ได้ เครียดมาก ถ้าเราลงไปคลุกคลีกับลูกน้องจะทำให้ผมรู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไรแล้วก็จะค่อยๆ ช่วยกันแก้ไขให้งานสำเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี" ซึ่งหลักการทำงานของกณพคือ การทำงานกันเป็นทีม มีอะไรปรึกษาช่วยเหลือกัน เพื่อการปรับจูนทัศนคติต่อกัน เพื่อให้ทุกคนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานกันเป็นทีม มากขึ้น

"ลูกน้องแต่ละคนมีกำลังและมีศักยภาพทำงานไม่เหมือนกัน เราอยากให้ทีมเราเก่ง น้องๆ โตไปตามอาชีพของเขาได้ แต่เราต้องค่อยๆ ใส่ค่อยๆ สอน ถ้าใส่แบบเต็มที่เลย พนักงานก็รับเรียนรู้ไม่ทัน ในฐานะหัวหน้าเราต้องเรียนรู้ว่า ลูกน้องคนนี้รับได้เท่านี้ ค่อยๆ ดูให้เหมาะสม เพิ่มให้เขาเก่งขึ้น การมีลูกน้องเก่งยิ่งดีเพราะเขาทำงานของเขาและทำเกินงานของเขาได้อีก ทำให้งานภาพรวมองค์กรด้วยดีขึ้น ในทีมหากหัวหน้าเก่งทีมงานก็สบายไม่ต้องแก้ปัญหาเยอะ หัวหน้างานจะได้ไปทำอย่างอื่น หัวหน้าเก่งลูกน้องก็เก่งตามบริษัทก็แข็งแกร่งขึ้น สไตล์การทำงานของผมคือ ผมต้องการผลออกมาดีเยี่ยม เช่น เวลาตั้งงบประมาณตัวนี้น่าจะมีกำไรเท่านี้ ยอดขายเท่านี้ ถ้าทุกคนในทีมทำได้ โอเค หรือทำได้มากกว่าเป้าเรามีรางวัลให้ เพื่อให้คนขยันทำงาน จะลูกน้องผู้หญิง หรือผู้ชายก็ให้ความยุติธรรมเท่ากัน แต่เวลามีกินข้าวกับลูกค้าอาจจะขอให้ผู้ชายไป เพราะถ้าต้องกลับบ้านดึกๆ ผู้ชายจะปลอดภัยกว่า"

สุดท้ายวิสัยทัศน์ในฐานะเจเนอเรชั่นที่ 3 กณพบอกว่า ไม่ได้มีแผนตั้งเอาไว้ตายตัว แต่เขาตั้งใจทำให้องค์กรโตขึ้น หากเห็นโอกาส หรือช่องทางขยายงานไปได้ เขาจะทำทันที เช่น ล่าสุดจัดกิจกรรมเฟสติวัลจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่น มาจำหน่ายในงาน เช่น ที่นอน ผลไม้ มีสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เขามีมาก่อนเลย ผู้คนก็ชื่นชอบ มีคอนเสิร์ตเพื่อคืนความสุขให้คนไทย

"ลูกค้าเราก็มาลองสินค้า มีคู่ค้ามาแนะนำตัวว่าเขาและเราขยายธุรกิจไปไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพราะจริงๆ สินค้าที่มีอยู่เดิมปรับเปลี่ยนขยายสินค้าไปได้ เช่น บริษัทเจ้าของเบาะรถยนต์ก็ทำเบาะปิกนิกเพิ่ม ซึ่งขายดีมากๆ ภายในงานเฟสติวัลซึ่งเราจัดผ่านไปแล้ว เราพยายามรวบรวมสินค้านวัตกรรมญี่ปุ่นแต่ผลิตในไทย บางแบรนด์ไม่เคยขายในไทย ซึ่งเฟสติวัลแบบนี้เราตั้งใจจัดทุกปี เราพยายามแนะนำนวัตกรรมที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันมากกว่ารถยนต์ครับ" n

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้