
ลดราคาอย่าแค่ตีปี๊บ
จริงอยู่ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ การบริหารความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญ หากสามารถสร้างความมั่นใจให้กับภาพรวมได้ บางครั้งพื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริง แต่ในแง่บรรยากาศความคึกคัก รวมทั้งคะแนนเสียงทางการเมืองก็รับคะแนนนิยมไปแบบเต็มๆ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นปลายปีที่รัฐพยายามจัดออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช็อปช่วยชาติหักลดหย่อนภาษีที่ครั้งนี้จัดยาวกว่า 20 วันเมื่อเดือน พ.ย. ถัดมาเดือนเดียว กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับเอกชนจัดรวมใจ...เพิ่มสุข...ช็อปสนุก...ลดรับปีใหม่ ช่วงปลายปีนี้ข้ามไปต้นปีหน้า
จริงอยู่ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ การบริหารความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญ หากสามารถสร้างความมั่นใจให้กับภาพรวมได้ บางครั้งพื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริง แต่ในแง่บรรยากาศความคึกคัก รวมทั้งคะแนนเสียงทางการเมืองก็รับคะแนนนิยมไปแบบเต็มๆ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นปลายปีที่รัฐพยายามจัดออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช็อปช่วยชาติหักลดหย่อนภาษีที่ครั้งนี้จัดยาวกว่า 20 วันเมื่อเดือน พ.ย. ถัดมาเดือนเดียว กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับเอกชนจัดรวมใจ...เพิ่มสุข...ช็อปสนุก...ลดรับปีใหม่ ช่วงปลายปีนี้ข้ามไปต้นปีหน้า
กิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อสร้างบรรยากาศที่รัฐพยายามปลุกเร้า ดังกล่าว เป็นเรื่องทางการบริหารที่ก็ว่ากันไปตามกลยุทธ์ที่รัฐจะวาง แต่ก็อยากให้รัฐควรจะต้องตรวจสอบว่า การลดราคาสินค้าที่ว่า 20-80% นั้น เป็นการลดราคาจริงสมคุณภาพสินค้า ซึ่งกรมการค้าภายในร่วมกับเอกชน 53 ราย ทั้งร้านค้าและผู้ผลิตผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค รายใหญ่แค่ไหน เพราะสามารถเทียบได้ง่ายๆ กับราคาคุณภาพสินค้าแต่ละร้านค้าที่วางขายอยู่แล้ว
ภาครัฐที่จัดลดราคาสินค้าครั้งนี้แจ้งว่าเป็นการจัดทั่วประเทศครั้งใหญ่สุดของปีในชื่อ "รวมใจ...เพิ่มสุข...ช็อปสนุก...ลดรับปีใหม่" นำสินค้ากว่า 1 หมื่นรายการมาลดราคา 20-80% วันที่ 14 ธ.ค. 2560-4 ม.ค. 2561 หรือลดข้ามปีรวม 22 วัน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ตั้งเป้าจะมีเงินสะพัดโครงการนี้กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพ ประชาชนได้เฉลี่ย 30% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท
วัตถุประสงค์ที่หวังดีช่วยลดค่าครองชีพของหน่วยงานรัฐดังกล่าว นับเป็นจังหวะที่เหมาะซึ่งชาวบ้านทั่วไปจะต้องซื้อสินค้าจำนวนมากช่วงปลายปีอยู่แล้วให้ได้ราคาถูกลง โดยที่ผ่านมาร้านค้าก็มีการกิจกรรมดังกล่าวแข่งขันกันช่วงปลายปีเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่อยากให้รัฐต้องทำกิจกรรมเหมือนเป็นการตีปี๊บเช่นเดียวกับภาคธุรกิจทำ ซึ่งชาวบ้านเริ่มรู้ทันว่าแต่ละสินค้าลดราคาจริงหรือไม่จริง ใช้วิธีตั้งราคาสูงเกินจริงแล้วมาลดราคาตบตา รวมทั้งการลดราคาอาจมีเงื่อนไขต่างๆ พร้อมทั้งยังมีลูกเล่นดอกจันว่ามีขายไม่กี่ชิ้น เป็นเครื่องมือการตลาดเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้รัฐตรวจสอบกิจกรรมว่ายังเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าครองชีพได้จริงๆ ไม่ใช่ไปช่วยหรือร่วมกับเอกชนจัดกิจกรรมเพิ่มอีกหนึ่งเหตุการณ์เท่านั้น รวมทั้งหากมาตรการกำกับดูแลลดราคาปลอมดังกล่าวได้ผล ก็ควรจะนำไปวางเป็นกรอบการทำกิจกรรมลดราคาทั่วไปในการค้าเสรีที่ตลาดยังแข่งขันไม่สมบูรณ์ก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อจะได้ไม่ผิดจริยธรรมล้ำเส้นเหมือนเคยเกิดขึ้นล่าสุดกับกระทะเทพที่ต้องรอให้มีผู้ร้องเรียนจำนวนมากถึงจะจัดการ เพราะชาวบ้านก็คงสร้างภูมิคุ้มกัน หาข้อมูลความรู้ให้ทันเกมการค้าได้ระดับหนึ่งเท่านั้น
ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ควรจะต้องมีธรรมาภิบาล โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ที่ยืนยันมาตลอดว่าด้วยชื่อเสียงระดับโลก ระดับประเทศ คงไม่ยอมจะเสียชื่อเสียงกับรายได้เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ยังพบเห็นสินค้าที่ลดราคาไม่จริง ยังคงจัดกันอยู่เกลื่อนแทบทุกร้านค้า เช่น ลดราคา 80-90% เพียงสินค้าเดียวคือผ้าเช็ดหน้า เพื่อนำไปเป็นลูกเล่นโปรโมทว่า ลดราคามากสุดถึง 90%
งานนี้ภาครัฐในฐานะผู้กำกับดูแล น่าจะถึงเวลาจัดระเบียบลดราคาสินค้าปลอมได้แล้ว ไม่ใช่นำสิ่งนี้มาโรยหน้าเพราะผลที่จะเกิดตามมาได้ไม่คุ้มเสียแน่ n







