
ซีพีเอฟคาดปีนี้โต10%
ซีพีเอฟคาดรายได้ปีนี้โต 10% ตามเป้าที่ 5 แสนล้าน ธุรกิจต่างประเทศหนุนอุตสาหกรรมไก่ส่งออก รับผลดีหวัดนกระบาด 2 ประเทศ
ซีพีเอฟคาดรายได้ปีนี้โต 10% ตามเป้าที่ 5 แสนล้าน ธุรกิจต่างประเทศหนุนอุตสาหกรรมไก่ส่งออก รับผลดีหวัดนกระบาด 2 ประเทศ
นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์รายได้ปีนี้เติบโต 10% ตามเป้าหมาย หรือมียอดขายประมาณ 5 แสนล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตของกิจการในต่างประเทศ
ปัจจุบันซีพีเอฟลงทุนใน 16 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วย เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน จีน อินเดีย ศรีลังกา รัสเซีย ตุรกี โปแลนด์ เบลเยียม อังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยปีนี้เข้าลงทุนเพิ่มในเยอรมนีเป็นประเทศที่ 17 จากการซื้อกิจการของ Peter Paulsen
ทั้งนี้ UN FAO จัดอันดับให้เครือซีพีเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก และปีนี้ซีพีเอฟได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกกลุ่มดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ หรือ DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า การเกิดไข้หวัดนกในเนเธอร์แลนด์และเกาหลีใต้ ถือเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมไก่ส่งออกของไทย เพราะปัจจุบันการส่งออกหลักยังกระจุกตัวอยู่ที่ตลาดญี่ปุ่นและยุโรป ทั้งในรูปไก่สดและไก่แปรรูป โดยผู้ผลิตและส่งออกหลักของไทย คือ CPF บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เป็นต้น
สำหรับการผลิตและจำหน่ายเป็ดของบริษัท บางกอกแร้นช์ (BR) ในประเทศ จะขายในประเทศเป็นหลัก มีการส่งออกไปยุโรปบ้าง แต่ส่วนใหญ่การขายในยุโรปจะใช้กำลังการผลิตของบริษัทย่อยของ BR ในยุโรป คือ บริษัท DUCK-TO ซึ่งมีกำลังการเลี้ยงและจำหน่ายเป็ดราว 9 ล้านตัว/ปี แต่คาดว่าจะกระทบไม่มาก เพราะแหล่งผลิตที่พบไข้หวัดนกนั้นไม่มาก มีจำนวนราว 1 หมื่นตัว จึงคาดว่าผลกระทบจะจำกัดอยู่แค่ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ และเมื่อพิจารณารวมจากผล กระทบกับเงินบาทที่แข็งค่า ทื่เชื่อว่ามาถึงจุดที่มีโอกาสลดลงจากนี้น้อย
อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์กลุ่มเกษตรและอาหารน่าจะชะลอตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ แต่คาดว่าจะดีขึ้นในปี 2561 จะเติบโตราว 7% หากพิจารณาหุ้นรายตัวพบว่า CPF จะเติบโตสูงสุดที่ราว 43.6% เพราะปี 2560 เผชิญกับธุรกิจหมูที่ตกต่ำในเวียดนาม ซึ่ง CPF ถือหุ้นโดยตรงราว 25% ในซีพีเวียดนาม และอีก 50% ใน CPP ซึ่งผลิตและจำหน่ายอาหารครบวงจรในจีนและเวียดนาม (CPP เป็นบริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง) ขณะราคาหุ้นปัจจุบันมีอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี เรโช) ที่ 12.53 เท่า และมีเงินปันผลราว 4.12% จึงเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มให้ราคา เหมาะสม 30.8 บาท







