posttoday
คลังตั้งเป้า ช่วยคนไทยหายจน

คลังตั้งเป้า ช่วยคนไทยหายจน

13 ธันวาคม 2560

ศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้สนับสนุนนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาล ซึ่งไทยมั่นใจว่าหากมีการนำโครงการสวัสดิการฯ ระยะสอง ที่เตรียมเสนอเป็นมาตรการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนสิ้นปีนี้ได้ และเริ่มมีผลบังคับใช้ จะช่วยให้คนไทยหลุดพ้นความยากจนหมดทั้งประเทศ และก้าวไปสู่กลุ่มระดับชั้นกลาง ตามกรอบการวิเคราะห์ของธนาคารโลกได้แน่นอน

ศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้สนับสนุนนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาล ซึ่งไทยมั่นใจว่าหากมีการนำโครงการสวัสดิการฯ ระยะสอง ที่เตรียมเสนอเป็นมาตรการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนสิ้นปีนี้ได้ และเริ่มมีผลบังคับใช้ จะช่วยให้คนไทยหลุดพ้นความยากจนหมดทั้งประเทศ และก้าวไปสู่กลุ่มระดับชั้นกลาง ตามกรอบการวิเคราะห์ของธนาคารโลกได้แน่นอน

ทั้งนี้ ตามกรอบของธนาคารโลก ได้ระบุนิยามคนยากจนไว้ 5 ระดับ โดย 2 กลุ่มแรก คือ กลุ่มยากจนสุดๆ มี รายได้ต่ำกว่า 24 บาท/วัน และกลุ่มยากจนเล็กน้อยมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 24-38 บาท/วัน ซึ่งใน 2 กลุ่มนี้ ณ วันนี้ได้หมดไปจากประเทศแล้ว

อย่างไรก็ดี ยังเหลือแค่กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะกลับไปยากจนได้อีก และยังคงมีเหลืออยู่เป็นจำนวนไม่มากนัก ซึ่งมั่นใจว่าเมื่อรัฐบาลออกมาตรการสวัสดิการแห่งรัฐระยะสอง ที่เน้นการสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน และให้คนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น จะทำให้คนจนหมดประเทศอย่างแน่นอน

สำหรับอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 4 คือกลุ่มมีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท/ปี หรือเฉลี่ย 67-184 บาท/วัน คือ กลุ่มที่เริ่มมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ 5 คือกลุ่มคนชนชั้นกลาง มี รายได้มากกว่า 184 บาท/วัน หรือมากกว่า 6.71 หมื่นบาท/ปี คือ เป้าหมายที่รัฐบาลจะพยายามยกระดับคนกลุ่มที่ยากจนไปสู่ชนชั้นกลางมากขึ้น

กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้มีแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ คือ มีการให้โอกาสด้านเศรษฐกิจแก่ผู้มีรายได้น้อย ทั้งในด้านการศึกษาและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีการสนับสนุนระบบการดูแลด้านสังคม สาธารณสุข ประกันสังคม และการส่งเสริมการออม ตลอดจนการใช้เครื่องมือทางภาษีและการเงินเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะสองว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งสรุปแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนเพื่อเสนอให้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง รับทราบให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ และหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขมาก คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน ให้ ครม.พิจารณาได้ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่

"ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ มีการเดินสายพบผู้บริหารระดับสูง และปลัดในหลายกระทรวง เพื่อชี้แจงแนวทางการทำบัตรสวัสดิการเฟสสอง รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็น ตลอดจนขอความร่วมมือในการจัดทำทีมแก้ปัญหาความยากจน หรือหมอแก้จน ก่อนนำไปปฏิบัติใช้จริงในปีหน้า โดยจะยึดแนวทางการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ และวิเคราะห์แก้ปัญหาแก่ผู้มี รายได้น้อยเป็นรายครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งมีประมาณ 5 ล้านคน จะได้รับการอบรมสร้างอาชีพก่อน"

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะสอง จะเน้นส่งเสริมใน 4 มิติเช่นเดิม ได้แก่ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การส่งเสริมการศึกษา และการฝึกอบรมอาชีพ การเพิ่มโอกาสในการทำงาน ทั้งในส่วนของมีงานทำ และการเป็นเจ้าของกิจการ และสุดท้ายการส่งเสริมการมีปัจจัย 4 เป็นของตัวเอง อาทิ ที่อยู่อาศัย และทรัพย์สินต่างๆ ที่จำเป็น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI