posttoday
แบงก์ชาติขยับตามเฟด

แบงก์ชาติขยับตามเฟด

13 ธันวาคม 2560

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้หลายชาติเริ่มขยับตาม เช่น ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (บีโอเค) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่รอยเตอร์ส รายงานว่า จีนอาจจะอัดฉีดเงินผ่านกลไกกู้ยืมระยะกลาง (เอ็มแอลเอฟ) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่จีนอัดฉีดตามหลังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้หลายชาติเริ่มขยับตาม เช่น ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (บีโอเค) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่รอยเตอร์ส รายงานว่า จีนอาจจะอัดฉีดเงินผ่านกลไกกู้ยืมระยะกลาง (เอ็มแอลเอฟ) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่จีนอัดฉีดตามหลังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

แต่ "เฟด" ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่สนับสนุนให้บรรดาธนาคารกลางตัด สินใจขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังอัตราเงินเฟ้อขยายตัวอย่างรุนแรงนับตั้งแต่การตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยอยู่ที่ 3.1% เมื่อเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1975

อัตราเงินเฟ้อจึงกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้ธนาคารกลางบางประเทศต้องหันมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย สำหรับในเอเชียนั้น สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฟิลิปปินส์เป็นชาติหนึ่งที่คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน โดยอัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์มีแนวโน้มขยายตัวถึง 3.2% ในปีนี้ ตามคาดการณ์ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และยังอยู่ในระดับเป้าหมายที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ตั้งไว้ที่ 3-4%

"การขยายตัวของฟิลิปปินส์และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกำลังเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากการขยายนโยบายการคลังและการลงทุนแล้ว การขึ้นดอกเบี้ยจึงเหมาะสมที่จะช่วยควบคุมความเสี่ยงจากการขยายตัวร้อนแรงเกินไป" กันดี คาห์ยาดี นักเศรษฐศาสตร์ของ ดีบีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ ในสิงคโปร์ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดกำลังคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีหน้า เมื่อวัดจากความต่างของการเก็งกำไรในอนุพันธ์ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นระหว่างเดือน ม.ค. 2018-ม.ค. 2019 ซึ่งใช้สะท้อนคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้ โดยอยู่ที่ 0.50% หรือเท่ากับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง หากขึ้นครั้งละ 0.25% ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ตลาดคาดการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวกลับไม่ช่วยให้นักลงทุนมั่นใจในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งควรแข็งค่าขึ้นตามการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยบลูมเบิร์กระบุว่า นักลงทุนมีมุมมองต่อดอลลาร์ไม่ดีนัก ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนและยูโร หลังญี่ปุ่นและยุโรปมีแนวโน้มจะหันมาคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น เนื่องจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีมุมมองลบต่อสถานการณ์ของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะนี้ ซึ่งยังไม่อาจปฏิรูปภาษีได้สำเร็จ ตามความคาดหวังว่าจะช่วยผลักดันอัตราเงินเฟ้อ โดยการผ่านกฎหมายของทรัมป์เผชิญความยากลำบากมากขึ้นอีก เมื่อ รอย มัวร์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐแอละแบมาจากพรรครีพับลิกัน พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับ ดัก โจนส์ จากพรรคเดโมแครต ทำให้ความได้เปรียบเรื่องจำนวนที่นั่งในวุฒิสภาของรีพับลิกันน้อยลงไปอีก 1 ที่ อยู่ที่ 51 ต่อ 49 ที่นั่ง n

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI