posttoday
คิดลงทุน FIF ต้องเข้าใจอัตราแลกเปลี่ยน

คิดลงทุน FIF ต้องเข้าใจอัตราแลกเปลี่ยน

11 ธันวาคม 2560

ดร.ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ ผู้บริหารงานพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล K-Expert ธนาคารกสิกรไทยการลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ FIF (Foreign Investme Fund) จัดว่าเป็นความยากอีกระดับ เนื่องจากการลงทุนกองทุนรวมทั่วไปจะเปิดรับความเสี่ยงด้านเดียว คือ การเปลี่ยน แปลงราคาหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของกองทุน แต่ในกรณีของ FIF นั้น ผู้ลงทุนจะเปิดรับความผันผวนทั้งตลาดทุนในต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ดร.ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ ผู้บริหารงานพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล K-Expert ธนาคารกสิกรไทย

การลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ FIF (Foreign Investme Fund) จัดว่าเป็นความยากอีกระดับ เนื่องจากการลงทุนกองทุนรวมทั่วไปจะเปิดรับความเสี่ยงด้านเดียว คือ การเปลี่ยน แปลงราคาหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของกองทุน แต่ในกรณีของ FIF นั้น ผู้ลงทุนจะเปิดรับความผันผวนทั้งตลาดทุนในต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ความเคลื่อนไหวของค่าเงิน (ส่วนใหญ่คือเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ) มีผลต่อกองทุนประเภทนี้ เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างในปี 2560 เงินบาทแข็งค่าจากระดับ 35.8 บาท/ดอลลาร์ เมื่อช่วงต้นปี เป็น 32.6 บาท/ดอลลาร์ ในตอนเดือน ธ.ค. ทำให้ ผู้ลงทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้รับผลขาดทุน ด้านนี้ไปราว 8.9%

หากลองเปรียบเทียบกองทุน FIF ที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐ 2 กองทุน จะ พบว่า กองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ผลตอบแทนราว 7.3% ตั้งแต่ต้นปี ส่วนกองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงนั้นให้ผลตอบแทนประมาณ 16.2% เรียกได้ว่าการที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้ผลตอบแทนหายไปอย่างมีนัยสำคัญ

แต่การจะมองว่ากองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดี กว่ากองทุนที่ไม่ป้องกันนั้น ก็เป็น เรื่องที่ด่วนสรุปเกินไป เพราะในทางกลับกันหากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เทียบเงินบาท ผู้ลงทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็จะได้ รับกำไรสองต่อทั้งจากมูลค่าหลักทรัพย์ในต่างประเทศและการแลกเปลี่ยน ค่าเงิน

ประเด็นสำคัญ จึงอยู่ที่ว่าผู้ลงทุนต้องการ "เปิดรับความเสี่ยง" จาก อัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ แม้ในทางทฤษฎีแล้วหากมองว่าเงินสกุลต่างประเทศมีแนวโน้มอ่อนค่าก็ให้เลือก กองที่ป้องกันความเสี่ยง และหาก เห็นว่าเงินสกุลต่างประเทศจะแข็งค่า ก็ควรเลือกแบบไม่ป้องกันความเสี่ยง แต่ในทางปฏิบัติมันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราก็อ่อนไหวต่อข่าวสารต่างๆ ในโลกพอๆ กับตลาดหุ้นเลยทีเดียว ความยากคือ ผู้ลงทุนจึงต้องคาดการณ์แนวโน้มตลาดทุนและแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ผมแนะนำว่าสำหรับผู้ลงทุนที่ ไม่ค่อยมีเวลาติดตามข้อมูลเท่าใดนัก การเลือก FIF แบบป้องกันความ เสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ ตัวเราเปิดรับความเสี่ยงจากตลาดทุนเพียงด้านเดียวจะเป็นเรื่องที่เข้าใจ ง่ายกว่า

การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก คือ เต็มจำนวน บางส่วน และตามดุลพินิจ โดยแบบเต็มจำนวนนั้นมักมากในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศแบบกำหนดอายุโครงการ ซึ่งเป็นกองทุนปิด (Closed-end fund) กล่าวคือผู้ลงทุนจะซื้อได้เฉพาะใน ช่วงที่เปิดให้จองและจะขายออกได้ก็ ต่อเมื่อครบกำหนดระยะเวลา เช่น ในอีก 3 เดือน หรือ 6 เดือนข้างหน้า เป็นต้น

การป้องกันแบบบางส่วนมักพบ ในกองทุน FIF ประเภทกองทุนเปิด (Open-end fund) สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ผู้จัดการกองทุนจะทำสัญญาขายเงินต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อเป็นการ "ล็อก" อัตราแลกเปลี่ยนไว้ในระดับ 80-90% ของเงินลงทุน ต่างประเทศของกองทุนรวมนั้นๆ ส่วนแบบตามดุลพินิจนั้นอาจเลือกไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเลย หากมองว่าค่าเงินต่างประเทศมีแนวโน้มแข็งค่าเพื่อสร้างผลกำไรส่วนเพิ่มให้ กับกองทุน

สิ่งที่หลายท่านมักเข้าใจคลาดเคลื่อน คือ หากป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนหรือเกือบทั้งหมดแล้ว เราแทบจะไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องนี้เลย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากกลไกของการลงทุนของ FIF อาจแปลงค่าเงินสองครั้ง ครั้งแรกคือช่วงที่ บลจ.ไทยนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุนกับ บลจ.ต่างประเทศ และครั้งที่สองคือ บลจ.ต่างประเทศ นำเงินไปกระจายซื้อหลักทรัพย์ต่างๆ ตามที่กำหนด

การระบุว่ามีการป้องกันความ เสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงหมายถึงส่วนที่ บลจ.ไทยไปซื้อหน่วยลงทุน ของ บลจ.ต่างประเทศ แต่ส่วนที่ บลจ.ต่างประเทศจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ อันนั้นเป็น อีกเรื่องหนึ่ง

ผมเคยได้รับคำถามจากผู้ลงทุนว่า หากซื้อกองทุนหุ้นจีนที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว หากค่าเงินหยวนของจีนแข็งหรือ อ่อนค่าเทียบกับเงินบาทไทยก็จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม คำตอบคืออาจจะไม่ใช่ เพราะกองทุนหุ้นจีนที่เสนอขายโดย บลจ.ไทยมักลงทุนในกองทุนหลักที่ จดทะเบียนในสหรัฐ โดยจะนำเงินไปซื้อหลักทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินหยวน อีกทอดหนึ่ง ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยงจะเกิดเฉพาะกรณีของดอลลาร์เทียบเงินบาทในขาแรกเท่านั้น แต่กรณีของหยวนเทียบดอลลาร์อาจไม่มีการป้องกันค่าเงิน ทำให้การที่เงินหยวนอ่อนหรือแข็งค่าเทียบดอลลาร์ยังคง ส่งผลต่อกองทุนรวมอยู่นั่นเอง

สรุป การลงทุนใน FIF เปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กว้างขึ้น แต่ผู้ลงทุนจะต้องทำการบ้านมากขึ้น ทั้งการติดตามข่าวสารตลาดทุนต่างประเทศ รวมทั้งแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน