
อย่าเสียของ
ไม่บ่อยครั้งที่คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปหรืออียู จะมีมติฟื้นระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร การยอมผ่อนคลายล่วงหน้าถึง 1 ปี ก่อนที่ไทยจะเดินตามโรดแมปสู่การเลือกตั้งตามเงื่อนไขสรุปความเห็น 14 ข้อของอียู นับว่าช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยมากขึ้นในระดับโลก เมื่อความเชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ช่วยเสริมความเนื้อหอมของไทย ซึ่งจะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้ต่างชาติเข้ามาหากำไรได้เช่นนี้ รัฐจึงควรบริหารผลประโยชน์ที่นานาชาติสนใจไทย เพื่อสร้างพื้นฐานประเทศให้ได้สมดุลที่สุดในเกมระดับโลกที่จะมีความผันผวนสูงในอนาคต
ไม่บ่อยครั้งที่คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปหรืออียู จะมีมติฟื้นระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร การยอมผ่อนคลายล่วงหน้าถึง 1 ปี ก่อนที่ไทยจะเดินตามโรดแมปสู่การเลือกตั้งตามเงื่อนไขสรุปความเห็น 14 ข้อของอียู นับว่าช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยมากขึ้นในระดับโลก เมื่อความเชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ช่วยเสริมความเนื้อหอมของไทย ซึ่งจะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้ต่างชาติเข้ามาหากำไรได้เช่นนี้ รัฐจึงควรบริหารผลประโยชน์ที่นานาชาติสนใจไทย เพื่อสร้างพื้นฐานประเทศให้ได้สมดุลที่สุดในเกมระดับโลกที่จะมีความผันผวนสูงในอนาคต
ตามมติคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปหรืออียู ที่แถลงว่าอียูตกลงจะปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยและกลับเข้าสู่การติดต่อทางการเมืองกับไทยในทุกระดับ เพื่อปูทางสู่การเจรจาในประเด็นสำคัญร่วมกัน เนื่องจากไทยมีการรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีในเดือน พ.ย. 2561 ซึ่งทำให้ไทยมีความเหมาะสม ที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้วย
สำหรับการที่อียูกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยครั้งนี้ อาจจะมีการ กลับมาพูดคุยความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อียู-ไทย และกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (พีซีเอ) ที่อียูระงับการเดินทางระดับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงระงับการลงนามในพีซีเอระหว่างกันตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2557 เพื่อตอบโต้การรัฐประหารเมื่อปี 2557
อย่างไรก็ตาม การกลับมาฟื้นสัมพันธ์ครั้งนี้ อียูมีข้อเรียกร้องมา 14 ข้อ เช่น เรียกร้องให้ไทยยกเลิกการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ยกเลิกการจำกัดเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองและองค์กรด้านสังคม พร้อมกับให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ไทยจะต้องจัดการเลือกตั้งและกลับมามีรัฐบาลประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ตามที่กำหนด
ผลการฟื้นความสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลไทยในสายตาชาวโลกมากขึ้น รวมทั้งผลประโยชน์ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ระหว่างไทยกับอียูคงจะเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าการส่งออกไปกลุ่มอียูที่เคยมีสัดส่วนลดลงเหลือไม่ถึง 10% ของยอดส่งออกรวมของไทย น่าจะเพิ่มกลับไปอยู่ที่สัดส่วน 11-12% ของการส่งออกรวมได้ ส่วนการท่องเที่ยวที่ชาวยุโรปเลือกหนีหนาวมาเที่ยวประเทศไทย ขณะที่คนไทยชอบเดินทางไปดูหิมะที่ยุโรปก็คงจะมากขึ้นเช่นกัน
ขณะที่การลงทุนประเทศในไทยซึ่งจัดว่ามีโอกาสอย่างมาก หลังจากที่ไม่ได้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่มากว่า 10 ปีจากปัญหาการเมือง รวมทั้งรัฐบาลปัจจุบันสั่งเดินหน้าลงทุนขนาดใหญ่เพื่อซ่อมสร้างประเทศเต็มที่ เช่น โครงสร้างพื้นฐานระบบราง ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ท่าอากาศยาน และท่าเรือ การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ หรือนิวเอสเคิร์ฟ 10 อุตสาหกรรม โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งกลุ่มทุนที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่เดิมคือญี่ปุ่น และกลุ่มทุนใหญ่รายใหม่จากจีนเข้ามาเสนอแผนลงทุนโกยโอกาสไปมากมาย จนสหรัฐอเมริกาได้ปรับท่าทีขอเข้ามามีส่วนในการลงทุนครั้งนี้ รวมทั้งการที่อียูมาฟื้นสัมพันธ์ก็น่าจะมีแผนลงทุนเข้ามาเสนอ
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หวังว่ารัฐบาลจะไม่ทำให้โอกาสในการต่อรองกับนานาชาติที่มีเข้ามาให้เลือกเพื่อจะได้สิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศต้องเสียของ แสดงฝีมือเลย n







