posttoday
เรื่องเบาๆ : ชีวิตดี๊ดี

เรื่องเบาๆ : ชีวิตดี๊ดี

11 ธันวาคม 2560

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์มีการสำรวจโดยบริษัทหนึ่ง เกี่ยวกับการมองหรือความรู้สึกของคนไทยว่า การมีชีวิตอย่างไรถึงจะเรียกว่าเป็นการมีชีวิตที่ดี หรืออีกแง่หนึ่ง คือ คนไทยให้คำจำกัดความชีวิตที่ดีว่าอย่างไร ได้ผลว่าคนไทยส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดที่สุ่มตัวอย่างมา มองไปที่วัตถุ กล่าวคือ มองเรื่องงานหรือรายได้โดยถือว่าเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่จะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ แต่งานหรือรายได้อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีสุขภาพ ซึ่งอาจมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วย คือมีสุขภาพที่ดี จึงจะทำให้ชีวิตดีสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุยังไม่มากนัก คือ ไม่เกิน 50 ปี ยังค่อนข้างมีความต้องการทางวัตถุมาก ทำให้มองว่าชีวิตตนเอง หรือตนเองและครอบครัวยังไม่ดี

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

มีการสำรวจโดยบริษัทหนึ่ง เกี่ยวกับการมองหรือความรู้สึกของคนไทยว่า การมีชีวิตอย่างไรถึงจะเรียกว่าเป็นการมีชีวิตที่ดี หรืออีกแง่หนึ่ง คือ คนไทยให้คำจำกัดความชีวิตที่ดีว่าอย่างไร ได้ผลว่าคนไทยส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดที่สุ่มตัวอย่างมา มองไปที่วัตถุ กล่าวคือ มองเรื่องงานหรือรายได้โดยถือว่าเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่จะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ แต่งานหรือรายได้อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีสุขภาพ ซึ่งอาจมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วย คือมีสุขภาพที่ดี จึงจะทำให้ชีวิตดีสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุยังไม่มากนัก คือ ไม่เกิน 50 ปี ยังค่อนข้างมีความต้องการทางวัตถุมาก ทำให้มองว่าชีวิตตนเอง หรือตนเองและครอบครัวยังไม่ดี

นอกจากรายได้และงานแล้ว ยังมีการให้ความสำคัญในเรื่องอื่นๆ ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ เช่น ชีวิตสังคม การเป็นที่ยอมรับในสังคม รัฐบาล สุขภาพจิต สุขภาพกาย การศึกษา ครอบครัว เป็นต้น

สิ่งที่น่าแปลกคือ คนไทยให้คำจำกัดความชีวิตดีใกล้เคียงกันได้ แต่ไม่ทราบว่า จะทำอย่างไรชีวิตจึงจะดีได้ และที่สำคัญ ซึ่งผู้เขียนเห็นได้ชัดคือ การมองโดยใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจมาก ไม่มีการมองแบบจิตสาธารณะ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจรวมถึงกระแสเรื่องความพอเพียง ซึ่งยังไม่ควรจะจางหายไปเร็วนัก

ไม่แน่ใจว่าการสำรวจนี้ทำไว้นานหรือยัง ถ้าทำในปีที่แล้วหรือปีนี้ ควรจะมีความพอเพียงที่เข้มข้นอยู่ รวมถึงการทำเพื่อผู้อื่น เนื่องจากสถานการณ์ที่เห็นอยู่อย่างต่อเนื่องว่า มีผู้คนไปบริการอาหาร แจกอาหาร น้ำ เก็บกวาดขยะที่ท้องสนามหลวง อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไปกราบและถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้แต่แท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างยังวิ่งรับส่งคนอำนวยความสะดวกโดยไม่คิดเงิน หรือเป็นเพราะช่วงนั้น คนไทยมีจุดศูนย์กลางยึดเหนี่ยวใจอยู่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และต้องการทำถวายพระองค์ท่าน

รวมถึงความเสื่อมถอยศรัทธาในพุทธศาสนา ซึ่งคนจำนวนมากหันมาทำบุญทำทานกับสถานสงเคราะห์ต่างๆ มากขึ้นกว่าวัด โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ ทุกคนจึงหันมาทุ่มเทแรงกายแรงใจถวายท่านเป็นราชสักการะ แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติแล้ว คนไทยจะมองตนเองเป็นที่ตั้งโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเจน Y หรือเจน Z ที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบเอาอกเอาใจให้ความสำคัญ เนื่องจากในการสำรวจได้ชี้ให้เห็นด้วยว่า ถ้าเป็นคนที่อายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป จะมีความพอใจกับสถานภาพที่ตนเองเป็นอยู่เกินกว่า 57% ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนเหล่านี้มาถึงจุดอายุที่ประสบความสำเร็จ มีงานทำที่มั่นคง มีรายได้ดี ถึงจุดอิ่มตัว รวมถึงการมองแบบไม่ได้ใช้ตนเองหรือตนเองและครอบครัวเป็นจุดศูนย์กลาง เหมือนกลุ่มคนที่ถูกเลี้ยงมาแบบใช้ตนเองเป็นจุดศูนย์กลางเช่นคนในเจน Y และเจน Z

ถึงแม้ว่าระยะหลังๆ นี้จะมีคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่เริ่มมองว่า ชีวิตต้องมีสินค้าที่ดี ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมหรือโลก ชีวิตที่ดีต้องมีอาหารที่เรียกว่า Clean food หรือบริษัทต่างๆ ควรผลิตสินค้าและบริการที่ดีต่อโลก มีความโปร่งใสในเรื่องวัตถุดิบที่นำมาผลิต หรือการผลิตต้องไม่ไปทำลายอากาศ (เกิดคาร์บอนไดออกไซด์สูง) แต่ก็ยังนับเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคม และยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าและบริการนั้นหรือไม่ ยิ่งหากมีเรื่องของตราหรือเครื่องหมายการค้าเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ยิ่งมีผลต่อการตัดสินใจน้อยมาก

กล่าวคือกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ยังนิยมสินค้าที่ยี่ห้อหรือแบรนด์อยู่ รวมถึงยังไม่ถึงขั้นที่ผู้บริโภครุ่นใหม่จะทำการศึกษาก่อนว่าบริษัทหรือสินค้า ยี่ห้อนั้นๆ มีนโยบาย หรือมีการผลิตสินค้า หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งต่างจากผู้บริโภคในต่างประเทศที่ค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และนอกจากจะรวมกันเป็นกลุ่มแล้วหลายแห่ง หรือองค์กร ยังมีการรณรงค์ให้ต่อต้านบางยี่ห้อหรือบางร้านค้าด้วย สำหรับประเทศไทยเพียงแต่มีการพูดกันใน โซเชียลมีเดีย ระบายอารมณ์กันไปมา หรืออย่างมากก็แต่งเติมเสริมกันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ไม่มีใครศึกษากันจริงจัง จนสามารถจะดำเนินการต่อได้

คนไทยคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะปรับเปลี่ยนให้มีความพอเพียงและมองออกมาข้างนอก มองให้เห็นว่าสังคม สิ่งแวดล้อมและคนอื่นๆ ที่ดี จะทำให้ชีวิตของตนเองดี๊ดีได้ n

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา