
บิตคอยน์ฟิวเจอร์สยังไปอีกไกล
นันทิยา วรเพชรายุทธ เป็นไปตามความคาดหมายกับการซื้อขายวันแรกอย่างร้อนแรงของบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส ที่ได้รับการยกระดับขึ้นมาเป็นตราสารอนุพันธ์และซื้อขายในตลาด ชิคาโก บอร์ด ออปชั่นส์ เอ็กซ์เชนจ์ (ซีบีโออี) ตลาดฟิวเจอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งความร้อนแรงนี้ดันราคาเพิ่มขึ้นถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง และผันผวนสูงจนต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราวถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว
นันทิยา วรเพชรายุทธ
เป็นไปตามความคาดหมายกับการซื้อขายวันแรกอย่างร้อนแรงของบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส ที่ได้รับการยกระดับขึ้นมาเป็นตราสารอนุพันธ์และซื้อขายในตลาด ชิคาโก บอร์ด ออปชั่นส์ เอ็กซ์เชนจ์ (ซีบีโออี) ตลาดฟิวเจอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งความร้อนแรงนี้ดันราคาเพิ่มขึ้นถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง และผันผวนสูงจนต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราวถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว
ใครๆ ก็อยากรวย โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่มองว่าสินทรัพย์ตัวนี้ยังไม่ถูกผูกขาดอยู่ในมือของแบงก์รัฐ หรือองค์การต่างๆ เหมือนอย่างพวกทองคำ น้ำมัน และค่าเงิน
ยิ่งได้ยกระดับจากพื้นที่สีเทาเข้าสู่ตลาดหลักสีขาวอย่างตลาดฟิวเจอร์ส โดยกำลังจะเปิดซื้อขายเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งในตลาดซีเอ็มอีและแนสแด็ก ในวันที่ 18 ธ.ค. และภายในช่วงต้นปีหน้าตามลำดับ ก็จะยิ่งช่วยทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อขายได้ง่ายดายและมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีบิตคอยน์ในมือหรือรู้เรื่องเกี่ยวกับเงินดิจิทัลตัวนี้มากนัก
ขอแค่มีเงินพอวางเป็นหลักประกันเพื่อเริ่มซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส ซึ่งแพงกว่าฟิวเจอร์สประเภทอื่นๆ หลายเท่าตัวตามความเสี่ยง และมีเงินพอที่จะซื้อหรือขายพร้อมเผื่อสำหรับมาร์จิ้นคอล เท่านี้ก็ได้ทำกำไรจากบิตคอยน์แล้ว แถมยังไม่มีรายใหญ่มาแข่งกันมากเหมือนสินทรัพย์ตัวอื่น เพราะบรรดาโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังไม่แนะนำให้นักลงทุนของตัวเองเข้ามาเล่น จะยกเว้นก็แต่บางรายที่มีความรู้และความพร้อมเท่านั้น
คำเตือนเรื่องฟองสบู่ที่มีแทบทุกวัน ทั้งจากธนาคารกลางทั่วโลกจนถึงนักลงทุนชื่อดัง เช่น โธมัส เพทเทอร์ฟาย ไม่สามารถขวางการขึ้นรถของนักลงทุนรายย่อยได้ เพราะแม้ระดับราคาจะขยับขึ้นมาแล้วถึงกว่า 1,600% ในปีนี้ หรือจาก 1,000 ดอลลาร์เมื่อต้นปี ไปแตะ 1.8 หมื่นดอลลาร์ แต่รายย่อยส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ได้แพงเกินไปสำหรับการเข้าสู่ตลาดเมนสตรีม และยังไปได้อีกไกล โดยเฉพาะเมื่อตลาดฟิวเจอร์ส อีกหลายแห่งกำลังจะเข้ามาเล่น
ขณะที่ แอนดรูว์ เคนนิงแฮม นักวิเคราะห์จากแคปปิตอล อีโคโนมิกส์ มองว่าแม้ในภาวะที่เลวร้ายที่สุด หากตลาดบิตคอยน์เกิดภาวะฟองสบู่แตกขึ้นมาจริง แต่ความเสียหายก็จะไม่แรงเท่ากับหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ เพราะปัจจุบัน ตลาดบิตคอยน์ที่มีมูลค่าราว 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ยังมีสัดส่วนจิ๊บจ๊อยเพียงแค่ 0.6% ของตลาดหุ้นสหรัฐเท่านั้น อีกทั้งนักลงทุนส่วนใหญ่ได้บิตคอยน์มาตั้งแต่ช่วงยังมีราคาถูก ผลกระทบจึงน่าจะยังจำกัดวงอยู่
จึงไม่น่าแปลกใจหากข่าวเรื่อง บิตคอยน์ที่เคยอยู่แต่ในเว็บไซต์เฉพาะกลุ่ม จะขยับขึ้นมาเป็นข่าวตามเว็บไซต์สื่อกระแสหลักได้ในเวลาอันรวดเร็ว และข่าวคราวรายละเอียดการซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์สในเว็บไซต์ บิซิเนสอินไซเดอร์ ก็สร้างสถิติเป็นข่าวที่มีคนอ่านมากกว่า 7 ล้านคน ภายในเวลาแค่ 2 วันมาแล้ว ต่างจากข่าวคำเตือนที่มีคนอ่านเพียงหลักพัน ในวันที่โลกเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนอีกครั้งเหมือนประวัติศาสตร์ทุกครั้งที่ผ่านมา n







