
กลุ่มรับเหมาฯยังน่าลงทุน
บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมากกว่าตลาด เลือก STEC กับ SEAFCO เป็นหุ้นน่าลงทุนในกลุ่ม
บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมากกว่าตลาด เลือก STEC กับ SEAFCO เป็นหุ้นน่าลงทุนในกลุ่ม
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และเลือกบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) มูลค่าที่เหมาะสมหุ้นละ 30 บาท และบริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) มูลค่าที่เหมาะสมหุ้นละ 12 บาท เป็นหุ้นแนะนำของกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นในปี 2561 การเร่งผลักดันโครงการลงทุนภาครัฐน่าจะมีมากขึ้นในปีหน้า ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
ด้านการลงทุนภาครัฐยังคงมีบทบาทสำคัญต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยปี 2561 มีโครงการตามแผนเปิดประมูลรวมกว่า 9.2 แสนล้านบาท โครงการสำคัญได้แก่ รถไฟทางคู่เฟส 2 และอีก 2 เส้นทางใหม่ คือ เด่นชัย-เชียงของ และบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีส้มด้านตะวันตก (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม)
ทั้งนี้ ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกหลายโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งน่าจะมีความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นในปี 2561 สำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ภายใต้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2560 โดยรวมศูนย์อำนาจภายใต้คณะกรรมการ 5 ชุด ที่มีตัวแทนจากกระทรวงการคลังเป็นประธานกำกับดูแล และมีกรมบัญชีกลางเป็นเลขานุการ พร้อมกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นกรณีเกิดการทุจริต แม้จะเพิ่มความโปร่งใสในการปฏิบัติงานมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เกิดความล่าช้า เห็นได้จากงานประมูลภาครัฐที่ขาดหายไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2560 เพราะต้องมีการปรับรูปแบบการประกวดราคาให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ใหม่ เชื่อว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่น่าจะมีงานประมูลขนาดใหญ่ออกมาอีก โดยงานประมูลจะเริ่มต้นอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาสแรกปีหน้าเป็นต้นไป







