
ท่องเที่ยวขอรัฐหนุน โครงสร้างพื้นฐานรับ
แอตต้าหวังรัฐเร่งโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลค่าเงินบาท พร้อมพัฒนาอี-วีซ่าอำนวยความสะดวกรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
แอตต้าหวังรัฐเร่งโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลค่าเงินบาท พร้อมพัฒนาอี-วีซ่าอำนวยความสะดวกรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ทิศทางท่องเที่ยวปี 2561 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากทุกตลาดมาเที่ยวไทยเพิ่มกว่า 2-3 ล้านคน จากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหารการกิน ทำให้ต่างชาติต้องการเข้ามาเที่ยวไทยต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะยังเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากอานิสงส์ของเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัว โดยคาดว่าจะมียอดนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน เพิ่มเป็น 10.8 ล้านคน จากปีนี้ที่ประเมินว่ายอดนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 9.8 ล้านคน มียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 4 หมื่นบาท/คน/หัว ซึ่งภาคเอกชนจะร่วมจัดแคมเปญการท่องเที่ยวที่ตรงตามความต้องการของ นักท่องเที่ยวจีน เพื่อจูงใจเพิ่มยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนให้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5 หมื่นบาท/คน/หัว
ทั้งนี้ เอกชนต้องการให้ภาครัฐเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้เสร็จเร็วกว่าแผน โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ 2 และสนามบิน ดอนเมืองระยะที่ 3 ให้ดำเนินการพร้อมสามารถเปิดใช้งานได้ใน 3-5 ปี เนื่องจากท่าอากาศยานนานาชาติหลักในปัจจุบัน ที่มีอยู่ เช่น สุวรรณภูมิ ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ ไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นได้อย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้ ต้องการให้แก้ไขอุปสรรคในการขอวีซ่าเข้าประเทศไทยให้กับ นักท่องเที่ยวที่หลายประเทศยังล่าช้า ไม่สามารถบริการได้ทันตามความต้องการ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ซึ่งจะต้องเร่งพัฒนาระบบอี-วีซ่า (e-Visa) และนำมาปรับใช้ให้เร็วที่สุด หากสามารถแก้ไข ปัญหาและนำ e-Visa มาปรับใช้ก็จะสามารถช่วยลดค่าบริการของนักท่องเที่ยวจาก การทำวีซ่าประเภทเมื่อเดินทางถึง หรือ Visa on Arrival ที่มีราคาสูงกว่าเท่าตัว
นายวิชิต กล่าวว่า รวมทั้งภาครัฐจะต้องดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ เพราะขณะนี้ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศที่เป็นตลาดท่องเที่ยวอื่น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวไทย
สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีด้านการท่องเที่ยวปี 2561 ที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณานั้น หากเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวในเมืองรองจะเป็นเรื่องดี เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น และสามารถกระจายรายได้สู่เมืองรองเพิ่มขึ้น







