
ไฟก่อการร้ายระลอกใหม่
นันทิยา วรเพชรายุทธ อาจกล่าวได้ว่านับตั้งแต่เกิดสงครามที่ฉนวนกาซาเมื่อปลายปี 2008-2009 และความขัดแย้งช่วงปี 2014-2015 ก็ไม่มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ หรือความขัดแย้งระหว่างยิว-มุสลิมครั้งไหนเลยที่จะตึงเครียดได้เท่ากับในวันนี้อีกแล้ว วันที่สหรัฐประกาศรับรองให้นคร "เยรูซาเลม" เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล
นันทิยา วรเพชรายุทธ
อาจกล่าวได้ว่านับตั้งแต่เกิดสงครามที่ฉนวนกาซาเมื่อปลายปี 2008-2009 และความขัดแย้งช่วงปี 2014-2015 ก็ไม่มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ หรือความขัดแย้งระหว่างยิว-มุสลิมครั้งไหนเลยที่จะตึงเครียดได้เท่ากับในวันนี้อีกแล้ว วันที่สหรัฐประกาศรับรองให้นคร "เยรูซาเลม" เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล
เรื่องนี้สร้างแรงกระเพื่อมทันทีไปทั่วโลกตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ระดับรัฐและองค์การระหว่างประเทศไปจนถึงการเคลื่อนไหวของมวลชน องค์การสันติบาตอาหรับเรียกร้องให้สหรัฐเปลี่ยนการตัดสินใจ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมฉุกเฉินต่อเรื่องนี้ และประชาชนในหลายประเทศตั้งแต่ฝั่งตะวันออกกลางจนถึงเอเชีย ออกมาเดินขบวนชุมนุมต่อต้านหน้าสถานทูตสหรัฐ พร้อมเริ่มบอยคอตร้านค้าสัญชาติอเมริกัน เช่น แมคโดนัลด์
แม้ปัญหาจะเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แต่รับรองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย คนอาเซียน หรือคนชาติไหนๆ อย่างแน่นอนในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้
ความน่ากังวลที่สุดหลังจากนี้ก็คือ ปัญหาความรุนแรงและการก่อการร้ายที่จะปะทุขึ้นตามมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ที่ฉนวนกาซา หรือมุ่งร้ายต่อสหรัฐเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลประโยชน์ของสหรัฐที่ตั้งอยู่ในแทบทุกประเทศทั่วโลกด้วย ทั้งที่กระแสการก่อการร้ายเริ่มที่จะจางลงแล้วพร้อมความพ่ายแพ้ของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรัก เช่นเดียวกับที่รัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถยึดคืนเมือง มาราวีกลับคืนมาได้สำเร็จ
ในที่ประชุมความมั่นคงที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีการประเมินสถานการณ์พร้อมผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงและ ผู้แทนด้านกลาโหมจากหลายประเทศนั้น ผู้แทนจากซาอุดิอาระเบียยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนการ "ให้ออกซิเจน" กับกลุ่มก่อการร้ายที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากอินโดนีเซีย มองว่า กลุ่มสุดโต่งทั้งหลายจะถือโอกาสใช้เรื่องนี้ขึ้นมาปลุกระดมเกณฑ์คนมาเข้าร่วมได้อีกครั้ง
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มสุดโต่งหลายกลุ่มต่างออกมาปลุกระดมการทำสงครามกับอิสราเอลและ สหรัฐ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศอื่นอย่าง ฝรั่งเศส ก็โดนหางเลขในคำเตือนโจมตีกรุงปารีสช่วงการฉลองปีใหม่ที่จะถึงนี้ไปด้วย เพียงเพราะเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ
ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศของชาติตะวันตกหลายแห่งซึ่งรวมถึงสหรัฐและอังกฤษ ได้ออกประกาศเตือนการเดินทางไปตะวันออกกลางและประเทศในแอฟริกาทางตอนเหนือกันแล้ว พร้อมเตรียมเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายในประเทศตัวเองกันเต็มที่ เพราะหลายฝ่ายมองตรงกันว่าคำรับรองของสหรัฐ เป็นเหมือนการประกาศ "อินติฟาดา" ระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และฟื้นสงครามญิฮัดของกลุ่มสุดโต่งทั้งหลาย ที่อาจทำให้ทั่วโลกร้อนระอุกับภัยก่อการร้ายใหม่ในครั้งนี้ n







