
ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเงินไม่ออก
ธปท.กับโบรกเกอร์ ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์นี้ ไม่มีผลเงินไม่ไหลออกเพราะรับข่าวมากแล้ว คาดปีหน้าเงินไหลเข้าไทยต่อ
ธปท.กับโบรกเกอร์ ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์นี้ ไม่มีผลเงินไม่ไหลออกเพราะรับข่าวมากแล้ว คาดปีหน้าเงินไหลเข้าไทยต่อ
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 12-13 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับไทยเช้าวันที่ 14 ธ.ค.ว่า หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจะไม่มีผลต่อเงินทุนไหลออก แต่ต้องจับตาถ้อยแถลงของเฟดว่า แนวโน้ม ปีหน้านโยบายจะเป็นอย่างไร ยังยืนยันการปรับขึ้นที่ 3 ครั้งอยู่หรือไม่ ปัจจุบันตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นแค่ 2 ครั้ง ส่วนการประชุมรอบนี้เฟดน่าจะมีมติขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 1-1.25% เพิ่มเป็น 1.25-1.50% ตามพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดี
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดรับรู้ล่วงหน้าเรื่องนี้มาแล้ว สิ่งที่ต้องตามคือเฟดจะส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอัตราเร่งแค่ไหน โดยเชื่อว่าปีหน้าหุ้นไทยมีโอกาสแตะถึงจุดสูงสุดเดิมที่ 1,789 จุด เพราะเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นหลายด้านและราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ปัจจุบัน 15 เท่า ไม่ได้ แพงเกินไปเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
เช่นเดียวกับ นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ถ้าเงินจะออกก็เพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะเริ่มมีนักลงทุนมองว่าเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐดีเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสินทรัพย์ที่ไม่น่าลงทุน อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอยู่ในระดับต่ำ ทำให้แรงจูงใจที่เงินจะไหลกลับเข้าสหรัฐไม่มาก โดยไปลงทุนในตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นแทน
นางวราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องดูคือการลดปริมาณเงินในมาตรการคิวอี และการปรับขึ้นดอกเบี้ยปีหน้าจะเร่งขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากขึ้นประมาณ 3 ครั้งอย่างที่ตลาดคาดก็ไม่น่าจะผลกระทบต่อตลาดหุ้น
นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า ตอนนี้ ความสำคัญของสหรัฐอยู่ที่การผ่านปฏิรูปภาษีของสหรัฐมากกว่า







