
‘สูทั้งหลายอย่าประมาท’
อนุทินประจำวันของพระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล ป.ธ.9 M.A.)
หมายเหตุ - อนุทินประจำวันของพระศรีธวัชเมธี (ชนะ ภมรพล ป.ธ.9 M.A.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบุรณะ กทม. อดีตเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เสนอเรื่องทางเฟซบุ๊กมน่าติดตาม เพราะเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นใน จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งเรื่องความเป็นมาของชาติตระกูลว่าใครเป็นใคร (who is who) เช่น เรื่องจากวัดเกาะ วังหว้า ถึงสระกระโจม อนุทินประจำวัน 299 ก็เล่าเรื่องที่ไปงานศพโยมแม่พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) ที่วัดเกาะ ตามด้วยเรื่องงานศพเพื่อนร่วมสำนักนักเรียนบาลีที่วัดสองพี่น้อง ที่เป็นนักต่อสู้หลังจากลาสิกขาไปแล้วชีวิตผกผันไปเป็นกะลาสีเรือ ใช้เวลาที่มีเรียนภาษาอังกฤษจนคล่อง กลับขึ้นฝั่งสอบเข้าทำงานไปรษณีย์ได้ แต่ต้องมาตายเพราะมะเร็ง เมื่ออายุเพียง 59 ปีเท่านั้น โปรดหาความสำราญจากอนุทินประจำวันได้ครับ (กอง บก.)
อนุทินประจำวัน (299 จากวัดเกาะ วังหว้า ถึงสระกระโจม) พระศรีธวัชเมธี เล่าเรื่องว่าพบใคร ทำอะไรที่วัดเกาะ เช่น พบพระมงคลธีรคุณ (อินศร จินฺตาปญฺโญ) วัดญาณเวศกวัน ได้หนังสือมาเล่มหนึ่งชื่อ “มีวัดเป็นรมณีย์ มีกุฎีเป็นที่สบาย” โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พิมพ์แจกในมงคลวารอายุ 90 ปี คุณยายทอสี สวัสดิ์-ชูโต ในวันที่ 12 ธ.ค. 2560 และได้เล่าเรื่องที่ไม่เห็นภาพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ถ่ายภาพติดพัดยศสมเด็จอย่างใกล้ชิด เว้นแต่เห็นห่างๆ ที่รับพระราชทานพัดยศ 5 ธ.ค. 2559 ที่อุโบสถวัดญาณเวศกวัน
ต่อแต่นั้นได้เล่าบรรยากาศงานพระราชทานเพลิงศพนางตอง สอดสี (อายุ 93 ปี) โดยมารดาพระพรหมโมลี กรรมการ มส. ณ วัดเกาะ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560 เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีบรรพชิตและฆราวาสมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สถานที่ดูแคบไปอย่างถนัด
ท่านเล่าว่าได้อยู่ร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ และอยู่จนเผาจริงเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เดิมนัดหมายกับพี่เสนาะ เฑียรทอง ที่จะไปร่วมบำเพ็ญกุศลศพ ปรีชา ผ้าขาว ป.ธ.3 หรือมหาจ่อย ที่วัดสระกระโจม สาเหตุที่เสียชีวิตเพราะเป็นมะเร็ง มีพี่สุชิน ปานอำพันธุ์ และพี่สุจินต์ นายอำเภอสมอาจ ภมรพล นายปัญญา รุ่งเจริญ ไปพบกันที่วัดสระกระโจม แถมได้หลวงพ่อพระธรรมพุทธิมงคลเดินทางมาเยี่ยมศพหน่อยหนึ่ง และบอกว่าข้าจะไปเยี่ยมศพอีกศพหนึ่งที่วัดดอนเจดีย์
เจ้าภาพในนามชุมนุมศิษย์สองพี่น้อง-ดอนเจดีย์-ป่าเลไลยก์ เหลือพระศรีธวัชเมธี-พระครูฯ ชลอ ปิ่นวิเศษ พระมหากาว พี่เสนาะ นายอำเภอสมอาจ และปัญญา ก็อยู่ร่วมบำเพ็ญกุศลจนเสร็จสรรพทุกอย่าง เดินทางกลับถึงวัดในกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลา 5 ทุ่ม ตามระเบียบ
หวนคิดถึง ปรีชา ผ้าขาว เปรียญธรรม 3 ประโยค เกิดปีจอ วันที่ 21 ก.พ. 2501 ตายปีระกา วันที่ 3 ธ.ค. 2560 อายุ 59 ปี ด้วยโรงมะเร็ง ในหมู่คณะที่สนิทกันจะเรียกว่า มหาจ่อย เพราะตัวเล็ก ผอมเรียว เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 2-3 ปีก่อน ในงานทำวัตรประจำปีหนหนึ่ง และในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อบุญเหลือ ที่วัดสระกระโจมอีกหนหนึ่ง จึงได้คุยกันอย่างตกผลึก จากเดิมที่เคยเรียนหนังสือรุ่นราวคราวเดียวกัน ณ วัดสองพี่น้อง ทราบข่าวล่าสุดว่าต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายเป็นเวลา 1 ปี คณะเราพอทราบข่าวก็ได้ร่วมด้วยช่วยกัน รวบรวมเงินไปช่วยให้กำลังใจคราวหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เรียกว่าไปเยี่ยมเจ็บ และวันนี้ไปร่วมเป็นเจ้าภาพในคราวตายอีกหนึ่ง
พ่อของปรีชา ผ้าขาว เป็นคนเขมรสามทอง แถวท่าเสด็จ พูดภาษาเขมรได้ ส่วนแม่เป็นคนดอนกำยาน แม่คุณนามสกุล “พันธุ์แตง” เรียกว่ามีสามกษัตริย์อยู่ในสายเลือดคือ “ไทย-ลาว-เขมร” พ่อเสียชีวิตไปแล้ว เหลือแม่ชื่อ ละม้าย ผ้าขาว (จั่นนพรัตน์) อายุ 78 ปี มหาปรีชาเป็นลูกคนโตในลูก 6 คน บวชเป็นสามเณรที่วัดสระกระโจม แล้วส่งไปศึกษาเล่าเรียนที่วัดสองพี่น้อง เมื่อแยกย้ายกันเข้าไปอยู่กรุงเทพฯ พี่เสนาะ เฑียรทอง และพี่ทองเจือพูลเกิด พาไปฝากอยู่ที่วัดสุคันธารามกับหลวงพ่อจี่ เมื่อบวชพระนั้นได้ไปอยู่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เกียกกาย และศึกษาเล่าเรียนทางโลกต่อ จนจบ ม.ศ.5 ลาสึกไปเข้าเรียนรัฐศาสตร์ รามคำแหง แต่เรียนไม่จบ และทำงาน เคยเป็นกะลาสีอยู่ทะเลไปถึงประเทศบังกลาเทศ ในชีวิตที่อยู่กับเรือทะเล มีโอกาสได้ท่อง 75 ยูนิต (ชั่วโมง) ภาษาอังกฤษ ฝึกพูดอังกฤษจนคล่อง
เมื่อกลับขึ้นฝั่ง ไปรษณีย์ไทยประกาศรับสมัครเข้าทำงาน จึงไปสมัครกับเขา และสอบเข้าได้ เพราะ 75 ยูนิต (ชั่วโมง) ที่ท่องได้ตอนเป็นกะลาสีนั่นเอง
หลังจากแยกย้ายกันเดินทาง ไม่ได้พบกันบ่อยนัก แต่ก็ดีใจที่ยังได้มาส่งดวงวิญญาณ อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนส่งดวงวิญญาณของเพื่อน กำหนดเผาในวันที่ 7 ธ.ค. 2560 คนไหนที่ไปร่วมไว้อาลัยได้ก็ไปกัน ที่ไปส่งดวงวิญญาณไม่ได้ ก็ส่งใจไปร่วมไว้อาลัย
ชีวิตมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วก็จะบังเกิดกับเราเช่นกัน บางคนไปช้า บางคนไปเร็ว พระพุทธองค์ขณะจะดับขันธปรินิพพานก็สั่งเตือนเป็นวาจาครั้งสุดท้ายว่า “สูทั้งหลายอย่าประมาท”







