posttoday
แก้หนี้ให้สำเร็จ

แก้หนี้ให้สำเร็จ

10 ธันวาคม 2560

การเข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์พร้อมดึง นายลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

การเข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์พร้อมดึง นายลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ มีนัยสำคัญต่อการเข้ามาแก้ไขหนี้ภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรอยู่ประมาณ 6 ล้านครัวเรือน มีหนี้รวมกันกว่า 1.2 แสนล้านบาท เป็นหนี้ในภาคเกษตรราว 6.4 หมื่นล้านบาท หนี้นอกภาคเกษตร 5.8 หมื่นล้านบาท แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก

ที่ผ่านมา มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลหลายต่อหลายชุดที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้หนี้เกษตรกรลดลง แต่หนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ขณะที่การอัดฉีดเงินของรัฐบาลผ่าน ธ.ก.ส.ไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดหนี้นอกระบบขึ้นจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลผู้มีรายได้น้อยล่าสุด 11.4 ล้านคน เป็นเกษตรกรอยู่ประมาณ 3.9 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้มีรายได้น้อยทั้งประเทศถือเป็นสัดส่วนที่มีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปข้างหน้า หากเกษตรกรยังมีหนี้สินล้นพ้นตัวโอกาส ที่จะใส่เงินลงไป เพื่อหมุนเศรษฐกิจให้เดินหน้าก็เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกรเสียก่อน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงเกษตรฯ มหาดไทย พาณิชย์ และคลัง ดูแลแก้ไขปัญหาหนี้ภาคเกษตรทั้งในและนอกระบบให้เบ็ดเสร็จ ตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี จะต้องหมดหนี้และเข้าสู่การฟื้นฟูอาชีพ ตามแนวทางศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ที่จะทำให้คนอยู่ดี มีสุข

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาหนี้ภาคเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นหนี้ตั้งแต่ต้นทุนการผลิต การเช่าที่นา ซื้อยา ซื้อปุ๋ย เป็นหนี้สหกรณ์ ขายผลผลิตได้เท่าไรก็ใช้หนี้หมด แทบไม่เหลือกินเหลือใช้ ปัญหา ทับซ้อนหมักหมม แก้หนี้เกษตรกร ก็ต้องแก้หนี้สหกรณ์ ซึ่งมีปัญหาเรื้อรังยาวนานที่อาจต้องใช้เวลามากกว่า 3-5 ปี และกว่าจะรอให้ พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ผ่านภาระหนี้สินในภาคเกษตรคงจะเพิ่มพูนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเดิมคือ การสร้างสมาร์ทฟาร์เมอร์ หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้แนวทางการ ทำการเกษตรแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีช่วยในการลดต้นทุน รวมถึง มองสภาพแวดล้อมและความต้องการของตลาดควบคู่ไปกับการ วางแผนการผลิต ซึ่งจะทำให้ผลผลิตที่ได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำก็จะน้อยลง

ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่จำนวนมากที่ประสบความสำเร็จกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ปัญหาคือทำอย่างไรให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างใหญ่ของภาคเกษตรไทยไปในทิศทางเดียวกันนี้ด้วย หมายถึง รัฐบาลต้องทำมากกว่าการส่งเสริมและสนับสนุน แต่ต้องปฏิรูปภาคการเกษตร ซึ่งเริ่มเห็นโครงการ เช่น เกษตรแปลงใหญ่ เปลี่ยนนาข้าวเป็นพืชไร่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาและพลังในการขับเคลื่อนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่านี้ สร้างประเทศไทยให้เดินไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งยืนยันว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มากกว่าการเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ต้องยอมรับว่าไทยเราขาดแคลนบุคลากร ที่จะก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0

แต่ในภาคเกษตรคือรากฐานสำคัญของประเทศ หากรัฐบาล ต้องการแก้ไขหนี้ภาคเกษตร อยากให้วางยุทธศาสตร์ให้กว้างและลึกเพื่อเดินไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ การสร้างนวัตกรรมใหม่ของผลผลิตที่มีอย่างเหลือเฟือ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทยเป็นแหล่งอาหารของโลก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต n

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI