
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (43)
เมื่อกลับให้แพทย์ไทยถวายอภิบาลอย่างไทยตั้งสามวัน พระอาการพระนางจะค่อยทุเลาขึ้นแม้น้อยก็หามิได้
โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
เมื่อกลับให้แพทย์ไทยถวายอภิบาลอย่างไทยตั้งสามวัน พระอาการพระนางจะค่อยทุเลาขึ้นแม้น้อยก็หามิได้ มีแต่ทรุดหนักลงทั้งไม่มีหมอหลวงผู้ใดกล้ากราบบังคมทูล พระกรุณายืนยันรับแก้ไขให้ทรงพระสำราญขึ้นได้ เหตุฉะนั้นจึงรับสั่งให้หาหมอบรัดเลย์มาถวายอภิบาลอีกดังเดิม พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้วิธีรักษาสุดแต่ใจ เมื่อเวลาแพทย์สยามถวายอภิบาล พระอาเจียนสีดำสีเหลืองและสีเขียวก็ยังมีอยู่เรื่อยไป ทั้งยอกเสียดในพระอุระประเทศซ้ำแทรกมา วันหนึ่งๆ เป็นตั้ง 7 หรือ 8 ครั้ง
ตั้งแต่ให้หมอบรัดเลย์กลับมาถวายอภิบาลใหม่อย่างลัทธิฝรั่งใหม่ (เลิกใช้ลัทธิอย่างเก่าที่หมอเคยใช้มานมนาน) ถึงวันที่ 16 ก.ย. ดูเหมือนสมเด็จพระนางเจ้าทรงพระทุเลาขึ้นเล็กน้อย ด้วยมิใคร่จะทรงพระอาเจียนเป็นสีดำหรือสีเหลืองและเขียว ซึ่งคาดกันว่าน้ำพระดีไหลลงมาใน พระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) เนืองๆ ทั้งพระอาการที่ทรงเดือดร้อนดูเหมือนจะดีขึ้น ด้วยเสียดแท้งร้าวในพระทรวงก็ห่างและน้อยกว่าวันก่อนๆ พระไข้ก็สงบแปลกว่าแพทย์หลวงยังรักษาอยู่ แต่ยังทรงอ่อนเพลียและการทรงปฏิเสธมิเสวยพระอาหาร ก็ยังคงอยู่ เพราะยังทรงพระอาเจียนอยู่เหมือน ทุกๆ วัน ด้วยยังไม่เคยมีวันใดที่ไม่ทรงพระอาเจียนเลย แม้จะถวายพระโอสถไทยฝรั่งขนานไหนๆ ก็ระงับขาดมิได้เสียทั้งนั้น
เวลาล่วงไปน้อยราตรี หมอบรับเลย์ก็ไม่สามารถจะบรรเทาพระอาเจียนให้น้อยลงได้ซ้ำกลับบ่อยๆ หนักขึ้น พื้นพระอาการออกน่าสะทกด้วยพระฉวีที่พระพักตร์พระองค์เหลืองแลเห็นถนัด เหตุฉะนั้นจึงต้องปล่อยให้หมอหลวงฝ่ายไทย ถวายอภิบาลต่อไปอีกดังเดิม แต่แพทย์หลวงทั้งสิ้นไม่มีใครกล้ารับที่จะฉลองพระเดชพระคุณแก้ไขให้หาย หรือแม้จะให้บรรเทาได้ไหวโดยหมดวิชาและสติปัญญาจะประกอบพระโอสถ เหตุฉะนี้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ป่าวร้องประกาศจะพระราชทานบำเหน็จเงินตรา 2 หาบ หากผู้ใดสามารถแก้ไข ให้พระอัครมเหสีที่ทรงพิศวาส พ้น มรณามัยพินาศกลับคืนทรงพระสบายปกติดังเดิมได้
จำเดิม แต่พระอาการทรุดหนักลงในมือหมอบรัดเลย์ พระเทพจรก็เร็วทวีขึ้น ถึง ณ วันที่ 27 ก.ย. จนพระสติ เพลาเมื่อวันประกาศป่าวร้องไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินตั้งบำเหน็จพระราชทาน 2 หาบ ถ้าผู้ใดแก้ไขสมเด็จพระอัครมเหสีให้ฟื้นจากพระโรคาพาธเป็นปกติได้นั้น มีหมอเฒ่าไทยเชลยศักดิ์ผู้หนึ่งเข้ามาอาสาฉลองพระเดชพระคุณด้วยยาศักดิ์สิทธิ์จนสุดกำลังแต่ขอตรวจพระอาการก่อน ก็ได้พระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าและตรวจตรา แต่หมอเฒ่าเข้าใจผิดอ้างว่าพระโรคพระอัครมเหสีมากมายไปนั้น เพราะรักษาผิดคัมภีร์แพทย์ภาคครรภรักษา โดยพระนางบรรทมเพลิงน้อยเวลานัก หมอเฒ่าสมัครจะรักษาด้วยยาศักดิ์สิทธิ์ให้หายเป็นปลิดทิ้งจงได้ วาจายืนยันมั่นคงของหมอเฒ่านี้เป็นที่เชื่อถือกันทั่วไปในพระญาติวงศาข้าหลวง การที่อนุญาตให้ถวายอภิบาลก็เป็นสหฉันทานุญาต จนแม้พระบาทสมเด็จพระบรมราชสวามี ก็ทรงพระราชานุมัติอำนวยตาม แต่เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าได้เสวยพระโอสถซึ่งหมอเฒ่าตั้งถวาย 3 หรือ 4 ฉลองพระหัตถ์ได้สัก 2 หรือ 3 ชั่วโมง ก็เกิดพระอาการเฟือนพระสติจนตรัสให้ถูกต้องเหมือนแต่ก่อนมิได้ ซ้ำทรงพระกันแสงและส่งพระสุรเสียงดังเผลอไผลไปต่างๆ นานา เมื่อปรากฏฉะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอง ตรัสให้หมอเฒ่าผู้เขลาหยุดถวายพระโอสถทันที และรับสั่งให้หาหมอบรัดเลย์กลับมาถวายอภิบาลอีก หมอฝรั่งอุตส่าห์ตั้งใจสนองพระเดชพระคุณแก้ไขจนสุดปัญญาและความรู้ตราบสุดพระชีวิต แม้พระอาการปรากฏเป็นอติสารอาสัญมรณะก็มิพักย่อท้อ
เมื่อกลับถวายพระโอสถอย่างฝรั่งใหม่ ก็ ประคับประคองพระอาการให้ยังชั่วขึ้นได้บ้างเพียงบางอย่าง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. พระนัยน์เนตรสมเด็จพระนางเจ้าหลับสนิทอย่างน่าประหลาดเหมือนจะเซื่อมซึม ไม่เสวยทั้งพระโอสถและ พระอาการชูพระกำลัง ถึงขณะนั้นสังเกตได้ตระหนักแล้วว่ามีพระยอดภายใน ซึ่งน่าจะได้เป็นก่อนทรงพระครรภ์ พิษพระยอดซ่านไปใน พระกรัชกาย แต่โดยอำนาจแก้ไขประคับประคองหลายนัย พระนางกลับคืนสมประฤดีรู้สึกพระองค์ได้ดังเดิม แต่หมดพระกำลัง จนวันที่ 6 ต.ค. ในระหว่างนี้พระเจ้าแผ่นดิน และพระญาติวงศ์พร้อมกันจัดผ้าไตรไทยธรรมมาถวายพระนาง ทั้งทูลแนะนำให้ทรงบำเพ็ญพระกุศลอวสานทานถวายไตรจีวรแด่พระสงฆ์เจ้า ทรงสดับสุคติธรรโมวาทจากพระราชาคณะผู้ใหญ่ตามจารีตพุทธศาสนิกชนปางมรณาสัญสมัย ด้วยพระนางทรงศึกษาเลื่อมใสในพระศรีรัตนตรัยอย่างมั่นคงมาช้านานแล้วจนฝังพระจริต สมเด็จพระนางเจ้าอุตส่าห์ทรงกระทำตามโอวาทที่ทูลถวายทรงถวายไตร ฯลฯ แด่ พระสงฆ์เจ้าหลายร้อยรูป ทั้งตั้งพระหฤทัยตรับฟังพระธรรมเทศนา และสาธยายพระพุทธมนต์ทั้ง เพลากำลังทรงระทมทุกข์เวทนาด้วยทรงพระอาเจียน เป็นต้น เป็นครั้งเป็นคราวมาทุกวันซ้ำพระกำลังก็มีแต่ถอยลงทุกที n







