
'ทรูซีเล็คท์' ปรับตัวรับอี-คอมเมิร์ซ
พลพัต สาเลยยกานนท์ภาพรวมตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยปี 2560 มีแนวโน้มทิศทางที่จะมีอัตราเติบโต 2 หลัก จากปัจจัยการตอบรับของผู้บริโภคที่มีต่อการซื้อขายสินค้าแบบไม่มีหน้าร้านและบนออนไลน์ส่งผลดีมายังตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งเช่นเดียวกัน
พลพัต สาเลยยกานนท์
ภาพรวมตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยปี 2560 มีแนวโน้มทิศทางที่จะมีอัตราเติบโต 2 หลัก จากปัจจัยการตอบรับของผู้บริโภคที่มีต่อการซื้อขายสินค้าแบบไม่มีหน้าร้านและบนออนไลน์ส่งผลดีมายังตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งเช่นเดียวกัน
องอาจ ประภากมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรูจีเอส ผู้ดำเนินการธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง "ทรูซีเล็คท์ และทรูช็อปปิ้ง" กล่าวว่า แม้ว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซจะเข้ามามีบทบาทในการซื้อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้ที่รับชมโทรทัศน์ยังมีอยู่ในตลาดเช่นเดียวกันถึงแม้จะไม่ใช่กลุ่มคนรุ่นใหม่ก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับการแนะนำสินค้าของธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้งคือการทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถได้สัมผัสกับสินค้าได้
ทั้งนี้ จุดเด่นของสินค้าบนทีวีโฮมช็อปปิ้งคือความคุ้มค่าที่นำเสนอสินค้าหลายชิ้นต่อผู้บริโภคให้เลือกซื้อในคราวเดียว ขณะที่สินค้าบนอี-คอมเมิร์ซ จะขายสินค้าแยกชิ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าตลาดถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น การซื้อสินค้าเฉลี่ยผ่านทีวีโฮมช็อปปิ้งจะอยู่ที่ 2,000 บาท/บิล ส่วนอี-คอมเมิร์ซ มีการซื้อสินค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท/บิล
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ ผ่านแอพลิเคชั่น ทรู ช็อปปิ้ง ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้แยกขายสินค้าเป็นชิ้นเพื่อรองรับตลาดทั้งในกลุ่ม ทีวีโฮมช็อปปิ้ง และอี-คอมเมิร์ซ นอกจากนั้น ยังมีการวางสินค้าจำหน่ายไปยังเว็บไซต์และเว็บมาร์เก็ตเพลสอื่นๆ อีกด้วย โดยตั้งเป้าหลังจากนี้รายได้ 1 ใน 3 จะมาจากกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าออนไลน์และกลุ่มคนรุ่นใหม่
"ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านการซื้อสินค้า (ช็อปปิ้ง) ของผู้บริโภค โดยตลาดที่ได้รับผลกระทบคือตลาดค้าปลีก และตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้ง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เหล่าผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์" องอาจ กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปี 2561 บริษัทคาดว่าจะเติบโต 20% จากปี 2560 ที่เชื่อว่าจะอยู่ที่ 10% เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังเติบโต โดยบริษัทยังคงเน้นการเพิ่มช่องทางการขายต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้
นอกจากนี้ กุญแจสำคัญที่ส่งผลให้บริษัทเติบโตได้อีกทาง คือการนำเสนอสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและการให้ข้อมูล รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค
ด้านการแข่งขันในตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งยังคงรุนแรงจากผู้เล่นในตลาดที่กระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องด้วยข้อเสนอพิเศษต่างๆ ซึ่งบริษัทมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวด้วยปัจจัยความเชื่อมั่นและแบรนด์ของผู้ประกอบการที่เชื่อถือได้ นอกจากนั้นยังมีบริการให้คำแนะนำสินค้าผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการรับประกันความพึงพอใจคืนสินค้าได้ และบริการส่งสินค้าถึงบ้าน
ขณะที่ภาพรวมตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งปี 2560 คาดว่าจะมีอัตราเติบโตราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้เติบโตมาจากการเข้าสู่ฤดูการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงปลายปี รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภคของภาครัฐในการซื้อสินค้าและสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
ปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดเช่นนี้ถือได้ว่าน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย







