
บินไทยเล็งยืดแผนฟื้นฟูธุรกิจ
การบินไทยโยนบอร์ดตัดสินแผนฟื้นฟูธุรกิจรอบสอง หลังผลดำเนินงานเดินตามเป้าหมาย จับตาผลประกอบการปีนี้หวั่นค่าเงิน น้ำมันทำกำไรหด
การบินไทยโยนบอร์ดตัดสินแผนฟื้นฟูธุรกิจรอบสอง หลังผลดำเนินงานเดินตามเป้าหมาย จับตาผลประกอบการปีนี้หวั่นค่าเงิน น้ำมันทำกำไรหด
นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำกลยุทธ์แผนพัฒนาการฟื้นฟูธุรกิจ เสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ พิจารณา พร้อมเสนอให้นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เป็นผู้พิจารณาตามลำดับ ถึงแนวทางการบินไทยควรอยู่ในแผนฟื้นฟูธุรกิจต่อเนื่องจากแผนเดิมปี 2558-2560
ทั้งนี้ การบริการงานภายใต้แผนฟื้นฟู ทำให้การจัดการร่วมกันระหว่างบอร์ดและฝ่ายบริการมีความใกล้ชิด รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวด้านสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ส่งผลดีต่อแผนยุทธศาสตร์การตลาด โดยการอยู่ในแผนฟื้นฟู 2 ปี บริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
สำหรับภาพรวมผลประกอบการปีนี้ มองว่าบริษัทจะมีรายได้เชิงพาณิชย์ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 แสนล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมา 1.2 แสนล้านบาท แต่ต้องติดตามผลดำเนินการไตรมาส 4 ก่อนสรุปว่าทิศทางกำไรสุทธิจะมีทิศทางใด เนื่องจากปัจจัยลบเรื่องอัตราค่าเงินบาทแข็งค่า ปัญหาราคาน้ำมันท่าอากาศยานปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เทียบจากต้นปีที่ผ่านมา 50 ดอลลาร์/บาร์เรล
"การบินไทยเตรียมพัฒนาปรับปรุงแผนฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มสำรองราคาน้ำมันล่วงหน้า (เฮดจิ้ง) โดยมั่นใจว่าปีนี้จะมีกำไร เชิงพาณิชย์และกำไรสุทธิทั้งหมดอาจต้องนำเรื่องค่าด้อยสินทรัพย์เครื่องบินมาประเมินด้วย โดยบริษัทเตรียมเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น จีน รวมถึงการเปลี่ยนเครื่องบินให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้โดยสารในแต่ละเส้นทาง" นางอุษณีย์ กล่าว
ด้านแผนยุทธศาสตร์การบินของไทยสมายล์ มองว่าไม่จำเป็นต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูธุรกิจ และมั่นใจว่าไทยสมายล์ จะทำกำไรให้กับการบินไทยในไตรมาสแรกปีหน้า เพราะมีแผนการขยายเส้นทาง การบินที่ชัดเจน การบริหารจัดการใช้งานเครื่องบินเฉลี่ยลำละ 8 ชั่วโมง/วัน ปัจจุบัน 10 ชั่วโมง/วัน และจะขยายเวลาเป็น 12 ชั่วโมง/วัน เป็นต้น







