
กรุงไทยเข้มสินเชื่อ หวั่นหนี้เสียกระฉูด
"สมชัย" กำชับแบงก์กรุงไทย ไขนอตปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพ พบไม่โปร่งใส แจ้งประธานโดยตรง หวั่นหนี้เสียพุ่ง
"สมชัย" กำชับแบงก์กรุงไทย ไขนอตปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพ พบไม่โปร่งใส แจ้งประธานโดยตรง หวั่นหนี้เสียพุ่ง
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับปรุงระบบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารให้มีประสิทธิภาพและเข้มงวดมากขึ้น มีการตรวจสอบหลายชั้น และสามารถแจงข้อมูลการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ถูกต้องได้ถึงประธานกรุงไทยโดยตรง ซึ่งจะเก็บเป็นความลับ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนมาหลายเรื่องแต่เป็นกรณีเล็กๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจจะให้อำนาจการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป ตอนนี้ให้ส่วนกลางเป็นคนพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ทางสาขาปล่อยเองไม่ได้
"การปล่อยสินเชื่อของธนาคารต้องมีการคานอำนาจกันมากขึ้น มีคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการของธนาคารก็ลงไปดูด้วย วิเคราะห์เป็นรายกรณี เข้มงวดมากขึ้น" นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการปล่อยกู้ของธนาคารให้กับบริษัท EARTH แล้วเกิดความเสียหายกับธนาคาร หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของธนาคารเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเอาผิดต่อไป ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนของการดำเนินคดีได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการเอาผิดแล้ว
ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในปี 2561 ธนาคารคาดว่าสินเชื่อรวมจะเติบโตประมาณ 2 เท่าของจีดีพี คาดว่าจีดีพีปีหน้าโต 3.5-4% โดยจะมาจากการเติบโตของทุกประเภทสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อรายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายย่อย และปรับกระบวนการภายในให้ดีขึ้นทั้งการกระจายความเสี่ยง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามจะต้องเสนอแผนต่อคณะกรรมการธนาคารในสัปดาห์หน้า และวันที่ 16 ธ.ค.นี้จะมีการประชุมร่วมกับผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ
นายผยง กล่าวอีกว่า ปีนี้ยอมรับว่าสินเชื่อจะเติบโตได้เพียง 1% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4-6% แต่เชื่อว่าปีหน้าจะกลับมาดีขึ้น โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท หลังธนาคารปรับโครงสร้างหนี้และกระบวนการภายใน เพื่อไม่ทำให้เกิดกรณีเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปรับขั้นตอนการอนุมัติและกระบวนการตรวจสอบให้มีความกระชับมากขึ้น และเชื่อว่าเอ็นพีแอลได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
สำหรับบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น หรือ IFEC ที่ผิดนัดชำระตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น (B/E) 3,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารเป็นเพียงตัวกลางระหว่างผู้ถือหน่วยและเป็นตัวแทนการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม หากบริษัทยังไม่สามารถมีข้อสรุปในเรื่องคณะกรรมการบริษัท และไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ ก็อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป







