
คุ้มครอง 8 พันธุ์พืชเพิ่ม
เกษตรฯชงคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่เพิ่ม 8 ชนิด
ข่าวล่าสุดจากคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช คือการเตรียมเสนอให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พิจารณาประกาศกำหนดชนิดพันธุ์พืชใหม่เพิ่มอีก 8 ชนิด ให้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542
พันธุ์พืชทั้ง 8 ชนิด ประกอบด้วย กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซีสและลูกผสม กล้วยไม้สกุลแคทลียาและลูกผสม มะเขือ ผักกาดหอม ถั่วแขก ฟักทองและลูกผสม บวบเหลี่ยม และพืชให้เนื้อไม้สกุลอะเคเซีย 4 ชนิด คือ Acacia auriculaeformis A. Cunn. Ex Benth., A. mangium Wild., A aulacocarpa A.Cunn. ex Benth. และ A. crassicarpa A.Cunn.ex Benth. และลูกผสม
การเสนอให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชเพิ่มเติม เพราะ ทั้งหมดนี้ถือเป็นพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนด้วย
ที่ผ่านมา มีการประกาศชนิดพืชที่ได้รับความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ 48 ชนิด ประกอบด้วย พันธุ์กล้วยไม้สกุลหวาย 21 พันธุ์ ข้าวโพด 7 พันธุ์ ข้าว 4 พันธุ์ อ้อย 7 พันธุ์ แตงโม 6 พันธุ์ มะระ 4 พันธุ์ มะเขือเทศ 8 พันธุ์ ถั่วเหลือง 1 พันธุ์ มันสำปะหลัง 1 พันธุ์ แตงกวา 4 พันธุ์ และแตงร้าน 6 พันธุ์ เป็นต้น
ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์พืชกล่าวอีกว่า การจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่เป็นการส่งเสริมและพัฒนาด้านเกษตรกรรม โดยการสร้างแรงจูงใจด้วยการให้สิทธิคุ้มครองตามกฎหมายและแบ่งปันผลประโยชน์ สำหรับระยะเวลาในการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนและตรวจสอบแล้วขึ้นอยู่กับชนิดพืช แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกไม่เกิน 2 ปี เช่น ข้าว อ้อย มีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกเกินกว่า 2 ปี เช่น ทุเรียน มะม่วง ส้มโอ ให้ความคุ้มครอง 17 ปี และพืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ เช่น ยูคาลิปตัส สัก และกระถินณรงค์ กำหนดเวลาให้ความคุ้มครอง 27 ปี ส่วนพันธุ์พืชใหม่ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงในทางตรงหรือทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพ หรือสวัสดิภาพของประชาชน ถือเป็นพืชต้องห้ามซึ่งไม่รับจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช
ทั้งนี้ องค์การการค้าโลก(WTO) ได้กำหนดเป็นพันธกรณีให้ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับการค้า(TRIPs Agreement) โดยประเทศภาคีต้องมีระบบคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งสามารถจัดทำในรูปแบบของระบบสิทธิบัตร ระบบซึ่งมีประสิทธิภาพ(Effective sui generis system) หรือทั้งสองระบบร่วมกัน
“
สำหรับการคุ้มครองพันธุ์พืชในประเทศไทยมี 2 มิติ ได้แก่ ระบบสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับพันธุ์พืช และระบบการคุ้มครองและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรมและเท่าเทียม ซึ่งนักปรับปรุงพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่สำเร็จแล้ว ควรยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร เพื่อปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง ซึ่งจะช่วยรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวได้” นางจารุวรรณ กล่าว






