posttoday
มองคนฮานอยผ่านสายตา ผู้บริหารธนาคารไทย

มองคนฮานอยผ่านสายตา ผู้บริหารธนาคารไทย

06 ธันวาคม 2560

ดิลก ถือกล้าการได้ไปดูงานที่ฮานอยครั้งนี้ มีโอกาสได้นั่งทานข้าวแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารคนไทยของธนาคารไทยชั้นนำแห่งหนึ่ง ที่เปิดสาขาที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เธอเป็นหญิงเก่งที่อยู่ฮานอยมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเธอเป็นเบอร์หนึ่งของหน่วยงานแห่งนี้ที่มีลูกน้องเป็นชาวเวียดนาม 25 คน

ดิลก ถือกล้า

การได้ไปดูงานที่ฮานอยครั้งนี้ มีโอกาสได้นั่งทานข้าวแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารคนไทยของธนาคารไทยชั้นนำแห่งหนึ่ง ที่เปิดสาขาที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เธอเป็นหญิงเก่งที่อยู่ฮานอยมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเธอเป็นเบอร์หนึ่งของหน่วยงานแห่งนี้ที่มีลูกน้องเป็นชาวเวียดนาม 25 คน

ผมสนใจเรื่องที่เธอต้องดูแลคนเวียดนามจำนวนมากเป็นระยะเวลานาน จึงอยากฟังจากเธอว่า เธอมีมุมมองอย่างไรต่อคนทำงานในฮานอย เธอสะท้อนภาพที่น่าสนใจ คือ เธอมองว่ายังมีความต่างระหว่างคนฮานอยที่เป็นเมืองหลวง กับคนโฮจิมินห์ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจอยู่ในบางมุม คือ คนฮานอยจะเป็นเมืองข้าราชการ ที่รัฐบาลสนับสนุนดูแลมาก มีชีวิตที่สบายๆ ไม่เร่งรัด

ในขณะที่คนโฮจิมินห์จะดูมีความกระตือรือร้นมากกว่า แต่ที่มีความคล้ายกันคือ พวกเขาต่างผ่านการถูกกระทำจากการตกอยู่ภายใต้อาณานิคมจากฝรั่งเศส ต้องตกอยู่ในภาวะสงครามกับอเมริกาและคนเวียดนามด้วยกัน ด้วยพื้นฐานอย่างนั้น เธอมองว่า เราต้องมองเขาด้วยความเข้าใจ เธอมองคนทำงานที่เป็นชาวฮานอยว่า มีลักษณะเด่นๆ คือ เป็นคนที่ต่อสู้กับอุปสรรค และจะไม่ไว้ใจง่ายๆ คนฮานอยเหมือนจะมีสิ่งที่เธอใช้คำว่า "Switch on-off" คือเหมือนสวิตช์เปิดปิดในการทำงาน หมายความว่า หากไม่เดือดร้อนถึงตัวจะทำเหมือนไม่รู้ไม่รับทราบ แต่ถ้าเรื่องมาถึงตัวจะสามารถปรับมาอยู่ในภาวะของการรับรู้รับทราบแล้วดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ การมอบหมายงานให้คนฮานอยจะยากกว่าคนโฮจิมินห์ การสั่งงานคนฮานอยจะต้องย้ำคำสั่งหรือทวนคำสั่งหลายครั้ง แต่กับคน โฮจิมินห์จะไวกว่า ไปต่อได้เร็วกว่า เพราะคนฮานอยมีความคิดในใจเสมอว่า ชีวิตไม่แน่นอน เขาจึงมีการเตรียมตัวในอาชีพ จะไม่มีอาชีพเดียว ลูกน้องของเธอแทบทุกคนจะมีอาชีพรองรับนอกจากการทำงานธนาคาร

อย่างไรก็ตาม เธอให้ข้อสังเกตว่า พฤติกรรมการทำงานจะเริ่มเห็นความต่างระหว่างคนในช่วงอายุ 40 กว่าปี กับคนที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี โดยเธอมีข้อสังเกตว่า ลักษณะของคนฮานอยที่เธอบอกไป จะเริ่มเจือจางกับคนในรุ่นที่ต่ำกว่า 40 ปี เคยมีกรณีที่มีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานแล้วถูกสั่งให้ไปถ่ายเอกสารแล้วหายไป มาทราบอีกทีทราบว่าลาออกไปแล้ว ด้วยเหตุผลเพราะไม่อยากทำงานถ่ายเอกสาร

ในวงสนทนาวันนั้น มีท่านอาจารย์เกษมสันต์ วีระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้าน AEC ให้มุมมองปิดท้ายอย่างน่าสนใจว่า คนเวียดนามได้ความมีหัวการค้าและการกล้าได้กล้าเสียจากจีน ได้ความระแวดระวังจากภาวะสงคราม และได้แนวทางการใช้ชีวิตแบบมีน้ำอดน้ำทนจาก คำสอนของลุงโฮ เป็นมุมมองที่ช่วยให้เราเข้าใจเพื่อนบ้านเราในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา