
ธปท.เซ็งติดเครื่องอีดีซีอืด
ธปท.ชี้ยอดติดตั้งเครื่องอีดีซียังอืด แต่พร้อมเดินหน้าส่งเสริมต่อควบคู่พร้อมเพย์ คิวอาร์โค้ด
ธปท.ชี้ยอดติดตั้งเครื่องอีดีซียังอืด แต่พร้อมเดินหน้าส่งเสริมต่อควบคู่พร้อมเพย์ คิวอาร์โค้ด
น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยอดการวางเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ (อีดีซี) ในปัจจุบันเพิ่งทำได้เพียง 1.5-1.6 แสนรายเท่านั้น จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะติดตั้งให้ได้ 5.6 แสนราย ภายในเดือน มี.ค. 2561 โดยส่วนหนึ่งเป็น ผลจากรายชื่อร้านค้าที่เคยรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้มีบางแห่งปิดไปแล้ว หรือ เป็นร้านค้าประเภทที่ไม่ได้ทำธุรกิจที่ จำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น ทำเกี่ยวกับการผลิต
"มีบางรายชื่อที่เป็นโรงงานผลิต ซึ่งไม่ได้รับเงินสดจากลูกค้า ไม่มีหน้าร้าน ดังนั้นก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำ ให้ยอดการวางเครื่องอีดีซีปรับลดลง มาจากเป้าหมายที่วางไว้ 5.6 แสนราย ภายในเดือน มี.ค. 2561 แต่ ธปท.ก็ยังไม่ได้ปรับลดเป้าหมายลง เพราะใน ขณะที่ร้านค้าบางส่วนปิดกิจการไป แล้ว หรือเปลี่ยนสถานที่ตั้งไป แต่ก็ยัง มีรายอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ สนใจจะติดเครื่องอีดีซีอยู่หลักหมื่นราย" น.ส.สิริธิดา กล่าว
สำหรับวัตถุประสงค์ในการวางเครื่องอีดีซีคือ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรแทนเงินสดและร้านค้าที่รับบัตรมีภาระค่าใช้จ่ายน้อยลง แม้ว่าปัจจุบันจะมีทางเลือกใหม่อย่างการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด หรือการจ่ายผ่านพร้อมเพย์แล้ว แต่ผู้บริโภคแต่ละคนมีพฤติกรรมและความชอบในการใช้ไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็ไม่ได้ใช้ผ่านช่องทางเดียว
น.ส.สิริธิดา กล่าวว่า ลูกค้าบางคนอาจจะมีไลฟ์สไตล์ในการใช้บัตรทำธุรกรรมแทนเงินสด แต่บางคนก็อาจจะชอบใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่า ซึ่งก็คงต้องทำให้ร้านค้าเห็นประโยชน์การใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าของตัวเอง และเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าในด้านการบริหารจัดการเงินสดด้วย แทนที่จะต้องรับเงินสดแล้วไปเสียเวลากับการนับ และอาจมีความเสี่ยงจากเงินหายหรือถูกปล้น
รายงานข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ปริมาณการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินและช่องทางต่างๆ ล่าสุดครึ่งปีแรกของปี 2560 มีทั้งสิ้น 998.29 ล้านรายการ มูลค่า 97.92 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 969.14 ล้านรายการ มูลค่า 82.88 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นการชำระเงินด้วยบัตรพลาสติก 143.83 ล้านรายการ 4.26 แสนล้านบาท แบ่งเป็นบัตรเดบิต 24.97 ล้านรายการ 4.6 หมื่นล้านบาท และบัตรเครดิต 118.85 ล้านรายการ 3.8 แสนล้านบาท ขณะที่การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มีทั้งสิ้น 305.38 ล้านรายการ 3 หมื่นล้านบาท







