posttoday
เผือกร้อนพรรคการเมือง สะเทือนถึงเลือกตั้ง

เผือกร้อนพรรคการเมือง สะเทือนถึงเลือกตั้ง

05 ธันวาคม 2560

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์หลายต่อหลายฝ่ายเคยคิดกันว่าเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองกลับมาคึกคัก เพราะการประกาศใช้กฎหมายทั้งสองฉบับเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการนำประเทศไปสู่การเลือกตั้ง

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลายต่อหลายฝ่ายเคยคิดกันว่าเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองกลับมาคึกคัก เพราะการประกาศใช้กฎหมายทั้งสองฉบับเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการนำประเทศไปสู่การเลือกตั้ง

แต่พอเอาเข้าจริง ปรากฏว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากบรรดาผู้นำรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่างยืนกรานเสียงหนักแน่นว่ายังไม่มีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ส่งผลให้ผู้บริหารพรรคการเมืองหัวเสียกันพอสมควร โดยมองว่านี่อาจเป็นเจตนาของ คสช.ในการพยายามยื้อไม่ให้มีการเลือกตั้ง

ทว่าเหนืออื่นใด การไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมนั้นด้านหนึ่งสร้างความหวาดวิตกให้กับพรรคการเมืองไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้พรรคการเมืองต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อให้สอดรับกับกฎหมายภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองดำเนินการไม่ทัน อาจมีผลให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ แม้การสิ้นสภาพพรรคการเมืองจะไม่ได้นำมาซึ่งผลกระทบรุนแรงและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเหมือนกับกรณียุบพรรคการเมือง แต่ก็ต้องทำให้พรรคการเมืองต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลถึงสิ่งที่พรรคการเมืองต้องรีบดำเนินการในวาระแรกเมื่อมีกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ที่มีกรอบเวลากำกับชัดเจน มิเช่นนั้นพรรคการเมืองอาจถูกสั่งให้สิ้นสภาพได้ โดยมีด้วยกัน 7 ประการ

1.แจ้งการเปลี่ยนแปลงสมาชิกที่แตกต่างจากที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองให้นายทะเบียนทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

2.พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 และในวันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับยังมีสมาชิกไม่ถึง 500 คน ต้องดําเนินการให้มีสมาชิกให้ครบ 500 คนภายใน 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ

3.จัดให้มีทุนประเดิมจํานวน 1 ล้านบาท และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

4.จัดให้สมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่า 500 คนชําระค่าบํารุงพรรคการเมืองสําหรับปีที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับภายในเวลา 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

5.จัดให้สมาชิกชําระเงินค่าบํารุงพรรคการเมืองให้ได้จํานวนไม่น้อยกว่า 5,000 คนภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

6.จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับและจัดทําคําประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมืองและนโยบายของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และเลือกหัวหน้า กรรมการบริหาร ตามข้อบังคับของพรรคการเมืองที่แก้ไขใหม่ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

7.จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดให้ครบถ้วน ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

การจะให้พรรคการเมืองดำเนินการตามกติกาทั้ง 7 ข้อให้สมกับความประสงค์ของพรรคการเมืองได้นั้นจำเป็นต้องมีการประชุมพรรคการเมือง แม้ในกรณีที่พรรคการเมืองทำไม่ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ก็ยังให้สามารถขยายเวลาออกไปได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ คงไม่ต้องการเช่นนั้น เพราะจะเป็นการเพิ่มงานให้ยุ่งยากเข้าไปอีก

นอกเหนือไปจากเงื่อนไขทั้ง 7 แล้ว ยังมีอีกเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองต้องเร่งดำเนินการ คือ การตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดเป็นหลักการสำคัญว่าหากพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ครั้งแรกตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครบทุกเขตเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองครบทุกจังหวัด ถ้าขาดจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หมายความว่าพรรคการเมืองนั้นจะไม่อาจส่งผู้สมัคร สส.ในจังหวัดนั้นได้ด้วย

ความสำคัญของการต้องมีสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เนื่องจากมาตรา 144 กำหนดให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดต้องเข้ามามีส่วนในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือไพรมารีโหวตด้วย

การทำไพรมารีโหวตเป็นเงื่อนไขของการส่งผู้สมัครเลือกตั้ง สส. เพราะไม่มีการทำไพรมารีโหวตในเขตเลือกตั้งใด พรรคการเมืองที่ไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวก็อาจถูกตัดสิทธิการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ในเขตนั้น

ต้องไม่ลืมว่าการตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่สามารถดำเนินการภายในไม่กี่วัน แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากพรรคการเมืองต้องจัดให้มีการสรรหาผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าสาขาพรรคการเมือง กรรมการประจำสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

ขั้นตอนการสรรหาบุคคลเหล่านี้ แน่นอนว่าพรรคการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองอาชีพที่เคยมี สส.อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ต้องพิจารณาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ดังกล่าวด้วยความละเอียดรอบคอบ ไม่มีทางปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ทราบตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและสาขาพรรคการเมืองจะต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ด้วย

ทุกขั้นตอนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดไว้นั้นต่างมีเงื่อนเวลาบังคับไว้ทั้งสิ้น และยิ่งไปกว่านั้นมีผลไปถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย จึงไม่แปลกที่ระยะนี้พรรคการเมืองต่างพร้อมใจออกมากดดัน คสช.กันถ้วนหน้า

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา