
คลังยันกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ
ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แถลงว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดำเนินนโยบายทางการคลังผ่านมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของภาคการผลิตและบริการ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงสนับสนุนการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนและเศรษฐกิจในภาพรวม
ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แถลงว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดำเนินนโยบายทางการคลังผ่านมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของภาคการผลิตและบริการ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงสนับสนุนการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนและเศรษฐกิจในภาพรวม
สำหรับมาตรการ "ช็อปช่วยชาติ" เป็นมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในการซื้อสินค้าและรับบริการในช่วงปลายปี 2560 ซึ่งจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ จะช่วยขยายฐานภาษี อันจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีในระยะยาว
ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล กระทรวงการคลังได้รักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงกรอบความยั่งยืนทางการคลัง
ปัจจุบันหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560 มีจำนวน 6.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 41.75% ของจีดีพี และประมาณการระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560-2564 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 49% โดยในปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ระดับ 48.60%
การประมาณการดังกล่าวได้ครอบคลุมการประมาณการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและการกู้เงินโครงการลงทุนเพื่อการพัฒนาต่างๆ ของประเทศแล้ว ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ไม่เกิน 60%
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2560 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.7 (จากเดิมที่ร้อยละ 0.8) เนื่องจากราคาอาหารสด อาทิ ไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่จากราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตก็เป็นปัจจัยที่เป็นแรงหนุนของเงินเฟ้อในปี 2560
สำหรับทิศทางเงินเฟ้อในปี 2561 เร่งตัวขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของฝั่งต้นทุนทั้งพลังงานและแรงงาน มากกว่าจะเป็นผลจากความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค เนื่องด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวมที่ยังถูกกดดันด้วยหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะที่รายได้ของครัวเรือนยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ภาพรวมการจ้างงานล่าสุดในเดือน ต.ค. 2560 ยังไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับตัวที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดี ก็อาจจะเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในภาพรวมไปอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ดี หากภาพเศรษฐกิจไทยสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ดีต่อเนื่องและมีการกระจายการเติบโตให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ก็น่าจะส่งผลให้ภาพการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นตาม ซึ่งจะเป็นสัญญาณบวกต่อภาพกำลังซื้อในประเทศ







