
ไทยพาณิชย์ให้กู้วินด์ฟาร์ม
ไทยพาณิชย์คว้างานปล่อยกู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังลมของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ วงเงิน 3.7 หมื่นล้าน
ไทยพาณิชย์คว้างานปล่อยกู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังลมของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ วงเงิน 3.7 หมื่นล้าน
นายวศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส เปิดเผยว่า ธนาคารได้สนับสนุนทางการเงินให้กับ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำนวนกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) จำนวน 5 โครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพและใช้เทคโนโลยีที่มี ประสิทธิภาพสูง นับว่าเป็นการปล่อยสินเชื่อ โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่สูงสุดในระบบของ ธนาคารพาณิชย์ไทย
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 5 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 450 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง มีโรงไฟฟ้าซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวม 270 เมกะวัตต์อยู่แล้ว โครงการดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาสแรกปี 2562
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 5 โครงการ ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา และ ชัยภูมิ จะมีการใช้กังหันลมทั้งของ Vestas และ General Electric (GE) โดย Vestas จะติดตั้งกังหันลมรุ่น V136-3.0 เมกะวัตต์ จำนวน 60 ตัว โดยกังหันรุ่นนี้ มีความสูงถึง 157 เมตร ซึ่งถือเป็นกังหันที่สูงที่สุดและเป็นครั้งแรกในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกที่มีการใช้กังหันรุ่น ดังกล่าว ส่วน GE จะติดตั้งกังหันรุ่น GE3.43-137 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบไฮบริดระหว่าง Steel และ Concrete จำนวน 90 ตัว นอกจากนี้ GE ยังก่อสร้างสถานีไฟฟ้าใหม่จำนวน 6 สถานีสำหรับโครงการอีกด้วย
"ธุรกิจพลังงานทดแทนมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ให้การสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด หลังจากที่ธนาคารได้เคยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัท อันได้แก่ โครงการ เฟิร์ส โคราช วินด์ โครงการ เค.อาร์.ทู. และโครงการวะตะแบก โดยธนาคารมีความมุ่งมั่นและ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการลงทุนสำหรับธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อช่วยขับเคลื่อนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนของสังคมโลกในอนาคต" นายวศิน กล่าว
นายณพ ณรงค์เดช รองประธานคณะกรรมการ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง กล่าวว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศ ไทยยังถือว่าน่าสนใจ เพราะยังมีความต้องการไฟฟ้าอีกจำนวนมาก รวมทั้งภาครัฐ มีการส่งเสริมให้ใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ซึ่งการได้รับการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น ก้าวสำคัญของบริษัทแล้ว ยังถือเป็น ก้าวสำคัญของประเทศไทยอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันบริษัทจะมีการพัฒนาและดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ เป็นหลัก ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อโอกาส ในการใช้ความเชี่ยวชาญของเราขยายธุรกิจสู่ตลาดในต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น







