posttoday
การค้าโลกยังแกร่ง สลัดหลุดปกป้องการค้า

การค้าโลกยังแกร่ง สลัดหลุดปกป้องการค้า

03 ธันวาคม 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ "ภัยคุกคามด้านการปกป้องการค้ายังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับฮาร์ดคอร์" โรเบอร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) กล่าวในการประชุมเตรียมความพร้อมเวทีดับเบิ้ลยูทีโอที่นครเจนีวา

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

"ภัยคุกคามด้านการปกป้องการค้ายังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับฮาร์ดคอร์" โรเบอร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) กล่าวในการประชุมเตรียมความพร้อมเวทีดับเบิ้ลยูทีโอที่นครเจนีวา

หลังจาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 ทั่วโลกต่างตกอยู่ในความหวาดผวาว่า "การปกป้องการค้า" ซึ่งเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงของทรัมป์ จะฉุดการค้าโลกให้ร่วงต่ำลงไปอีก ซ้ำเติมจากเดิมที่ไม่อาจโตได้เกิน 3% ติดต่อกันนานเป็นเวลาถึง 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามด้านการปกป้องการค้ากลับไม่ได้รุนแรงเมื่อเข้าสู่ปี 2017 ตามที่อาเซเวโดกล่าวไว้ โดยจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เปิดเผยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการค้าโลกทั้งสินค้าและบริการปีนี้สามารถขยายตัวได้มากถึง 4.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เติบโตต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2009 อยู่ที่เพียง 2.4%

การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลจากแรงซื้อที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง โดยการนำเข้าของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วในปีนี้คาดจะปรับขึ้นสูงถึง 4.0% จากเดิม 2.7% เมื่อปีก่อน ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่มีกำลังซื้อเพิ่มมากจาก 2% เป็น 4.4% ส่งผลให้การส่งออกของทั้งสองเศรษฐกิจ ปรับขึ้น 3.8% และ 4.8% ตามลำดับ

สำหรับปีหน้า ไอเอ็มเอฟยังได้ปรับขึ้นคาดการณ์จากเดือน เม.ย.ที่ 3.9% เป็น 4.0% โดยการฟื้นตัวของการค้าโลกนี่เองที่ทำให้เศรษฐกิจของหลายประเทศมีแนวโน้มสดใสขึ้นตามไปด้วย เช่น สิงคโปร์ ในไตรมาส 3 ขยายตัว ได้มากถึง 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งโตสูงสุดในรอบมากกว่า 3 ปี หลังได้ผลพวงจาก การค้าโลกที่ฟื้นตัวที่ทำให้การผลิตและการส่งออกของสิงคโปร์ขยายตัวแกร่งตามไปด้วย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ "การปกป้องการค้า" ไม่น่ากลัวอย่างที่เก็งกันไว้เพราะกระแสต้านจากนานาชาติที่หัน มาจับมือกันเพิ่มการค้าระหว่างกัน เช่น ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (อียู) จับมือกันเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน และการชุบชีวิตความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ขึ้นมาใหม่จาก 11 ชาติสมาชิกที่เหลือ หลังสหรัฐถอนตัวไป

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ยังเดินทางไปจีนตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่ของจีน รายงานว่า ทรูโดจะพูดคุยกับทางการจีนเพื่อหาทางเปิดข้อตกลงค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างจีน-แคนาดา ซึ่งเริ่มพูดคุยกันมาตั้งแต่ปี 2016 และยังมาพร้อมกับช่วงที่ทรัมป์ดึงแคนาดาและเม็กซิโกให้มาเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ด้วย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังรายงานด้วยว่า การค้าโลกที่ฟื้นตัวยังคาดจะลากยาวไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากภาคการผลิตยังคงคึกคักในช่วงปลายปี สังเกตได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งใช้ประเมินความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรม ปรับขึ้นสดใสในหลายประเทศที่เน้น การผลิต

พีเอ็มไอทางการของจีนเดือน พ.ย.ปรับขึ้นเหนือความคาดหมายอยู่ที่ 51.8 จุด และยังเหนือเส้นแบ่งหดตัวกับขยายตัวที่ 50 จุด ขณะที่พีเอ็มไอ จัดทำโดยนิกเกอิ ปรับขึ้นเป็น 52 จุด ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 43 เดือน ส่วนด้านอินเดียอยู่ที่ 52.6 จุด สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2016

ขณะเดียวกัน ด้านผู้ผลิตของฝั่งยุโรปอย่างเยอรมนีเองก็มีกิจกรรมการผลิตขยายตัวขึ้นเช่นกัน โดยพีเอ็มไอเดือน พ.ย. จัดทำโดยไอเอชเอส มาร์กิต อยู่ที่ 62.5 จุด ปรับขึ้นจากเดือน ต.ค.ที่ 60.6 จุด และยังเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 2011 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตลอดกาล หมายความว่า กิจกรรมการผลิตของเยอรมนีแข็งแกร่งที่สุดในเดือน พ.ย.เป็นอันดับสองนับตั้งแต่ทำผลสำรวจเมื่อปี 1996

"ในปีหน้าเราจะได้เห็นการค้าโลกขาขึ้นมากกว่าที่จะเป็นสงครามการค้า" ฉัวฮักบิน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเมย์แบงก์ กิมเอ็ง รีเสิร์ช กล่าวกับ บลูมเบิร์ก

การค้าโลกที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง ยังทำให้แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจสดใสตามไปด้วย โดยไอเอ็มเอฟปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของปีหน้าอีก 0.1% เป็น 3.7% มากกว่าปีนี้ที่คาดจะเติบโตได้ 3.6% ขณะที่วาณิชธนกิจชื่อดัง เช่น โกลด์แมน แซคส์ และบาร์เคลย์ส ต่างคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเติบโตถึง 4%

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจโลก ที่แข็งแกร่งเพราะการค้าโลกนั้น เป็นปัจจัยที่เอื้อประโยชน์ให้กับทรัมป์ใน การผลักดันเศรษฐกิจของสหรัฐเอง ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ทรัมป์ก็ยังต้องการลดการค้าขาดดุลอยู่ดี และทำให้ประเด็นการปกป้องการค้ายังสร้างความน่าเป็นห่วงได้อยู่

อย่างที่ผู้อำนวยการของดับเบิ้ลยู ทีโอได้กล่าวไว้ ภัยคุกคามด้านการปกป้องการค้ายังคงมีอยู่ โดยสหรัฐได้ดำเนินมาตรการทางการค้ามาตลอดช่วงปีนี้ เช่น การสอบคู่ค้าที่มีการค้าเกินดุลทั้ง 16 ชาติ (รวมถึงไทยด้วย) การสั่งสอบสินค้าบางชนิดตามกฎหมายการค้าปี 1962 มาตรา 232 ที่ตรวจสอบว่าการนำเข้าสินค้าชนิดนั้นๆ กระทบกับความมั่นคงหรือไม่ หรือการสอบตามกฎหมายภาษีนำเข้าปี 1930 ซึ่งเป็นการตรวจสอบมาตรการทุ่มตลาด

การสอบสวนดังกล่าวจะเปิดให้เก็บภาษีหรือกำหนดโควตานำเข้าได้ หากการนำเข้านั้นกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ หรือผู้ผลิตในประเทศ โดยสหรัฐมุ่งเป้าไปแล้วกับเหล็กจีน เช่น อะลูมิเนียมฟอยล์ที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศตั้งกำแพงภาษีเบื้องต้นกับอะลูมิเนียมฟอยล์นำเข้าจากจีนที่อัตรา 96.81-162.24% เพื่อต่อต้านการทุ่มตลาดเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ สหรัฐยังทำให้คู่ค้าต้องมาเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีเสียใหม่ ทั้งแคนาดาและเม็กซิโกที่ต่างเป็นสมาชิกนาฟต้า และเกาหลีใต้ ตามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างทั้งสองชาติ โดยสหรัฐต้องการให้ข้อตกลงดังกล่าว เอื้อประโยชน์กับสหรัฐมากที่สุด

ในช่วงปลายปีนี้ สหรัฐเริ่มกลับมาส่งสัญญาณจะเดินหน้า "เปิดศึก" ทางการค้าอย่างเข้มข้นอีกครั้ง

สหรัฐสั่งสืบสวนการนำเข้าอะลูมิเนียมจากจีน ตามกฎหมายภาษีนำเข้าปี 1930 หลังพบราคาเหล็กจีนถูกกว่าราคาตลาด จากการที่รัฐบาลจีนให้การอุดหนุนผู้ผลิต ตามหลังการสืบสวนว่าการนำเข้าดังกล่าวกระทบ กับความมั่นคงหรือไม่

นอกจากนี้ สหรัฐยังยื่นเรื่องไปยังดับเบิ้ลยูทีโอ เพื่อสนับสนุนจุดยืนของ อียูที่ไม่ต้องการให้สถานะจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจแบบตลาด คือราคาสินค้าปรับขึ้นลงตามแรงซื้อและปริมาณการผลิต โดยสถานะเศรษฐกิจที่ไม่ใช่ระบบตลาดทำให้สหรัฐและอียูสามารถตอบโต้จีนทางการค้าได้ เช่น การเรียกเก็บภาษีและใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดได้อย่างรวดเร็วกับสินค้าจีน โดยไม่ขัดกับกฎของดับเบิ้ลยูทีโอ

ความเข้มข้นของการปกป้องการค้าในปีหน้าจะคลี่คลายออกมาในทิศทางใด คงต้องจับตา "หัวหอก" อย่างสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ ให้ดีว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อในปีหน้า ในปีที่บรรยากาศการค้าโลกคึกคักขึ้น และทุกฝ่ายพร้อมจะหันหน้ามา จับมือกันมากขึ้น เพื่อต้านทานแรงบีบจากสหรัฐในครั้งนี้ n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน