
แข่งขัน-เข้มแข็ง
สายการบินในประเทศไทยต่างเร่งเดินหน้าแข่งขันกันอย่างดุเดือดด้วยกลยุทธ์ต่างๆ เป็นผลมาจากการปลดสถานะธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ผู้คนมากมายจึงจับตาด้านการแข่งขันทางธุรกิจการบินที่คึกคักมากขึ้น เป็นผลดีกับผู้ใช้บริการที่จะได้รับบริการที่มีทางเลือกและคุ้มค่ามากที่สุด
สายการบินในประเทศไทยต่างเร่งเดินหน้าแข่งขันกันอย่างดุเดือดด้วยกลยุทธ์ต่างๆ เป็นผลมาจากการปลดสถานะธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ผู้คนมากมายจึงจับตาด้านการแข่งขันทางธุรกิจการบินที่คึกคักมากขึ้น เป็นผลดีกับผู้ใช้บริการที่จะได้รับบริการที่มีทางเลือกและคุ้มค่ามากที่สุด
แต่ในวันนี้เราจะไม่ได้มาคุยกันว่าแอร์เอเชียจะเติบโตอย่างไร มีแผนกลยุทธ์อย่างไร เพราะอีกมุมหนึ่งในการดำเนินธุรกิจของพวกเรา คือ การมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แผนการพัฒนาธุรกิจที่ต้องคิดถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าหรือผู้ถือหุ้น แบบที่เคยเป็นกันมาในสมัยก่อน เพราะการที่องค์กรหนึ่งจะเติบโตอย่างมั่นคงได้ องค์กรต้องได้ประโยชน์ไปพร้อมกับการดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของเราทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ในอุตสาหกรรมการบินนั้น แม้ว่าเราจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโต แต่ในอีกมุมหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าเราได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงต่างๆ อาทิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นหัวข้อระดับนานาชาติที่ได้รับการรณรงค์ส่งเสริมให้เป็นแผนระดับกลยุทธ์และนโยบายขององค์กรทั่วโลก
องค์กรระหว่างประเทศอย่าง ICAO จึงได้ริเริ่มโครงการ CORSIA : Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือเรียกง่ายๆ คือโครงการที่ส่งเสริมให้ธุรกิจการบินหันมาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นโครงการที่มี 66 ประเทศสมัครใจเข้าร่วม โดยหนึ่งในนั้นคือประเทศไทยของเรา ซึ่งไทยแอร์เอเชียก็ได้ลงนามความร่วมมือ ร่วมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ยืนยันการดำเนินนโยบายส่งเสริมภารกิจด้านนี้อย่างเต็มกำลัง
การที่จะร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้นั้น ไม่ได้มีขอบเขตเพียงการลดการใช้พลังงานเท่านั้น แต่ต้องมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง CORSIA ได้กำหนดไว้เป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การปรับปรุงการปฏิบัติการ การใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน และมาตรการของตลาดแต่ละที่
ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น อาทิ ในด้านของเทคโนโลยี ปัจจุบันสายการบินของเราได้ใช้เครื่องบินแอร์บัส A320 Neo ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นที่ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรามีเครื่องบินที่ใช้เทคโนโลยี Sharklet บริเวณปีกเครื่องบิน ที่ช่วยลดแรงฉุด ทำให้เครื่องบินประหยัดน้ำมัน เป็นต้น ในด้านของการปฏิบัติการ เราก็มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เรียกว่า Green Operating Procedures ในขณะที่ด้านการใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน แอร์เอเชียอยู่ระหว่างการหาพลังงานที่เหมาะสม รวมทั้งด้านการตลาด ซึ่งเมื่อศึกษาโดยละเอียด จะเห็นได้ว่าบางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว เพราะสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจสายการบินราคาประหยัด แต่มีอีกหลายอย่างที่เป็นความรู้ใหม่สามารถนำมาปรับใช้กับองค์กร ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งสองทาง คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเชิงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย ที่ประกอบด้วยประเทศมาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย พวกเราให้ความสำคัญกับ CORSIA ที่กำหนดโดยหน่วยงานของแต่ละประเทศอย่างมาก มีทีมงานในการศึกษาและกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจน และในอนาคตเมื่อมาตรการต่างๆ มีความพร้อมที่จะปรับใช้เต็มที่ เราก็จะเป็นองค์กรแรกๆ ที่กล้าประกาศตัวในการลดใช้ก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด
เรื่องสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการบินเคยเป็นเรื่องเฉพาะและซับซ้อน และถูกวางความสำคัญรองลงมา แต่ในยุคปัจจุบันที่ใครๆ ก็ใช้บริการเครื่องบินเดินทางได้อย่างง่ายดาย การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมจึงเกาะติดในทุกเที่ยวบินที่เราให้บริการ และทำให้เราต้องคิดและวางแผนให้ครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินในยุคใหม่ หรือแม้แต่ธุรกิจอื่นๆ วันนี้เราจึงอาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยกลยุทธ์การตลาด การเข้าถึงลูกค้า หรือการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพียงแง่มุมเดียวแล้ว แต่ยังต้องรวมไปถึงการเป็นสายการบินที่ดูแลการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและจริงใจ และมีแผนการพัฒนาที่ยั่งยืนมากที่สุด ถึงจะเป็นองค์กรที่เรียกได้ว่า "เข้มแข็ง" จากภายในอย่างแท้จริง







