
คาดเงินเฟ้อปีหน้า 1.1%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทิศทางเงินเฟ้อในปี 2561 เร่งตัวขึ้นส่วนใหญ่จากการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนทั้งพลังงานและแรงงาน มากกว่าจะเป็นผลจากความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค เนื่องด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคยังถูกกดดันด้วยหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ระดับสูง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทิศทางเงินเฟ้อในปี 2561 เร่งตัวขึ้นส่วนใหญ่จากการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนทั้งพลังงานและแรงงาน มากกว่าจะเป็นผลจากความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภค เนื่องด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคยังถูกกดดันด้วยหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ระดับสูง
ในขณะที่รายได้ของครัวเรือนยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมการจ้างงานล่าสุดในเดือน ต.ค. 2560 ยังไม่ได้ส่งสัญญาณปรับตัวที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะ เป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในภาพรวมไปอีกระยะหนึ่ง
หากภาพเศรษฐกิจไทยรักษา ระดับการเติบโตได้ดีต่อเนื่องและมี การกระจายการเติบโตให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ภาพการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นตาม เป็นสัญญาณบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ
ราคาพลังงานในประเทศน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2561 จะอยู่ที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 52.4 ดอลลาร์/บาร์เรล จากกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศผู้ผลิตและ ส่งออกน้ำมันยังถูกตรึงไว้จนถึงสิ้นปี 2561
ประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบกลุ่ม ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และนอกโอเปก รวม 25 ประเทศมีมติเห็นพ้องต่อแผนการขยายระยะเวลาอีก 9 เดือนในการปรับลดกำลังการผลิตลง 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561
ในขณะที่เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีต่อเนื่องช่วยสนับสนุนความต้องการ ใช้พลังงานให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ราคาพลังงานในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในปี 2561 อาจจะส่งผลต่อราคาสินค้าที่อาศัยพลังงานเชื้อเพลิงเป็นสัดส่วนที่สูงในการผลิตอย่างการขนส่งสาธารณะให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ต้นทุนแรงงานไม่มีฝีมือที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก แนวโน้มการปรับขึ้นของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2561 ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการในการจ้างแรงงานต่างด้าวบางส่วน
นอกจากนี้ ยังมีผลของปัจจัยฐานจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในช่วงปลายปี 2560 ที่ยังสะท้อนเข้ามาในดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคในช่วงปี 2561
การเร่งตัวของเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 4/2560 ตามราคาพลังงานและผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 11 เดือนแรกอยู่ที่ 0.66% โดยในเดือน พ.ย. 2560 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นหลังจากเดือน ต.ค. ที่อยู่ที่ 0.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือน พ.ย.ที่เร่งตัวขึ้นเป็นผลมาปัจจัยราคาพลังงานและผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการยกเลิกมาตรการรถเมล์-รถไฟฟรีที่ส่งผลให้คำนวณค่าโดยสารสาธารณะในตะกร้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวน่าจะยังส่งผลต่อเนื่องไปยังเดือน ธ.ค.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 0.7% จากเดิมที่ 0.8% เนื่องจากราคาอาหารสด อาทิ ไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่จากราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเป็นแรงหนุนของเงินเฟ้อในปี 2560
ราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าที่พึ่งพิงต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนที่สูงปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ก๊าซเอ็นจีวี ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ปรับขึ้น 2 รอบ ค่าโดยสารสาธารณะ เช่น เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมันดีเซล รถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ส่งผลให้ สินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภทมีภาระ ภาษีเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงทยอยปรับขึ้น ราคาสินค้า อาทิ บุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อย่างเครื่องดื่มบรรจุขวดพร้อมดื่ม เช่น ชาเขียว กาแฟสำเร็จรูป รวมถึงน้ำผลไม้







