posttoday
DW8ตัวถูกขังดับร้อนก่อนพัง

DW8ตัวถูกขังดับร้อนก่อนพัง

03 ตุลาคม 2553

DW 8 ตัวรวด ติดแคชบาลานซ์ 4 ต.ค.-22 ต.ค.นี้ ใครจะซื้อต้องวางเงินสดก่อน หุ้นฝ่า 980 จุดไม่สำเร็จ

DW 8 ตัวรวด ติดแคชบาลานซ์ 4 ต.ค.-22 ต.ค.นี้ ใครจะซื้อต้องวางเงินสดก่อน หุ้นฝ่า 980 จุดไม่สำเร็จ

การซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงหุ้นสามัญ (DW) ที่ร้อนแรงมาหลายสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงเตือนว่าราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐานมามากแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดแรงเก็งกำไรได้ ทำให้การซื้อขาย DW จำนวน 8 ตัว ที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์|(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ย. ที่ผ่านมาเข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้น นักลงทุนที่ต้องการซื้อตั้งแต่วันที่ 4-22 ต.ค.นี้ จะต้องวางเงินสดทั้ง 100% ก่อน

สำหรับ 8 ตัวที่ติดแคชบาลานซ์ ประกอบด้วย KBAN13CB, PTTE13CB, BANP13CB, ADVA13CA, PS13CA, PTT13CC, PTTC13CA และ TTA13CA

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ไม่ประหลาดใจที่ DW ติดแคชบาลานซ์ในสัปดาห์นี้ถึง 8 ตัว หลังจาก SCB08CA ประเดิมตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-15 ต.ค. 2553 เพราะนักลงทุนหันมาเก็งกำไร DW กันหนัก ซื้อขายวันละหลายรอบ เพราะจะได้กำไรสูงกว่าหุ้นสามัญหลายเท่า ทำให้มูลค่าซื้อขายกระจุกตัวอยู่ใน DW

“ตอนนี้ตลาดมี DW ทั้งหมด 17 ตัว แต่ติดแคชบาลานซ์ตั้ง 9 ตัว หรือคิดเป็นกว่า 50% สะท้อนถึงการเก็งกำไรมากจนเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ต่อไปนักลงทุนจะต้องใช้เงินสดลงทุนทั้งหมด หากปล่อยให้จับเสือมือเปล่าหรือเก็งกำไรเหมือนที่ผ่านมา หากราคาดิ่งลงแรงก็จะทำให้นักลงทุนขาดทุนจำนวนมาก และอาจจะสร้างปัญหาต่อระบบ เพราะราคา DW ไม่มีชิลลิงไม่มีฟลอร์ มีโอกาสเหลือแค่ 0.01 บาท” แหล่งข่าวเผย

อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถหยุดการเก็งกำไรได้ทั้งหมด แต่ราคาอาจจะลดความร้อนแรงลง เหมือนกรณี SCB08CA ซึ่งภายใน 1 สัปดาห์ให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนถึง 54% โดยล่าสุดราคาปิดที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.80 บาท จากวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ระดับ 3.30 บาท

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีฝ่าแนวต้านสำคัญ 980 จุดไม่สำเร็จ ระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดที่ 980.89 จุด แต่เจอแรงขายทำกำไรกดลงไปต่ำสุด 972.56 จุด ก่อนปิดที่ 978.58 จุด บวก 3.28 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,431 ล้านบาท ด้วยแรงซื้อสุทธิของต่างชาติเพียง 668 ล้านบาท และยังคงเน้นหุ้นพลังงาน และธนาคารพาณิชย์ต่อเนื่อง

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตระยะยาวภายในประเทศ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น ที่ “F2” ของธนาคารเกียรตินาคิน (KK) ที่ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิตระยะยาวภายในประเทศ ได้รับการปรับขึ้นเป็นบวกจากแนวโน้มมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์และผลกำไรของ KK จะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานะเงินกองทุนจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังคงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ แนวโน้มมีเสถียรภาพของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวสะท้อนความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ของ BAY ที่คาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง และสถานะเงินกองทุนจะยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดของสินเชื่อ (9%) และเงินฝาก (8%) ในสัดส่วนที่ค่อนข้างใหญ่

บล.ภัทร แนะนำ “ซื้อ” หุ้น BAY มูลค่าเหมาะสม 28 บาท ประเมินกำไรไตรมาส 3 อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท เติบโต 9% จากไตรมาส 2 และขยายตัว 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิสูงและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค