posttoday
สุขกับการรู้จักพอรู้จักเก็บ

สุขกับการรู้จักพอรู้จักเก็บ

15 พฤศจิกายน 2560

พรสวรรค์ นันทะคนจำนวนมากมักมองการทำงานหนัก ทำงานหลายอย่างแทบไม่มีวันหยุดเป็นเรื่องแย่ แต่มีคนอีกไม่น้อยกลับรู้สึกว่าการได้ทำงานหนักเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้กลายเป็นคนที่อดทน สามารถผ่านงานหนักงานยากมาได้จนกระทั่งทำให้มีเช่นวันนี้

พรสวรรค์ นันทะ

คนจำนวนมากมักมองการทำงานหนัก ทำงานหลายอย่างแทบไม่มีวันหยุดเป็นเรื่องแย่ แต่มีคนอีกไม่น้อยกลับรู้สึกว่าการได้ทำงานหนักเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้กลายเป็นคนที่อดทน สามารถผ่านงานหนักงานยากมาได้จนกระทั่งทำให้มีเช่นวันนี้

หนึ่งในคนที่มองว่าการได้ทำงานเป็นการได้รับโอกาสที่ดีมี พงศ์อดุล กฤษณะราช กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการกำกับนโยบายความเสี่ยงและธรรมา ภิบาล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อดีต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

พงศ์อดุล เล่าว่า ผมทำงานหนักมาตลอด ตั้งแต่เป็นเด็กเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ต้องช่วยพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการแบ่งเบาภาระในการดูแลน้อง 5 คน ทำงานพิเศษไปด้วย พอเรียนจบก็มาทำงานที่บริษัทอีก 2-3 แห่ง ก่อนจะเข้าทำงานที่สายกำกับและตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จนเกษียณที่นี่ ทำให้กลายเป็นคนที่มักได้อานิสงส์ด้านบวกจากการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน

"สมัยทำงานใหม่ๆ นอกจากทำงานประจำ 5 วันแล้ว ยังไปสอนหนังสือและไปฝึกงานสอบบัญชี เพื่อนับชั่วโมงจากหัวหน้าสำนักก่อนจะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีสมัยนั้น เข้าทำงานที่ ธปท.เมื่อปี 2518 รวมแล้วทำงานที่ ธปท.ประมาณ 35 ปี ซึ่งทำให้ผมและภรรยาได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลตลอดชีพ" พงศ์อดุล กล่าวถึงสิทธิแรกที่ได้จากงาน

พงศ์อดุล เล่าต่อว่า การไปทำงานพิเศษสอนหนังสือก็มีข้อดีที่ทำให้มีเพื่อน มีคนรู้จักชวนไปทำงานสอนหนังสืออยู่เรื่อยๆ จนทุกวันนี้ก็ยังรับสอนอยู่บ้าง สัปดาห์เว้นสัปดาห์ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมถึงการไปร่วมอบรมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆ อยู่เนืองๆ การทำงานและรู้จักคนมากขึ้นเป็นข้อดีที่ ไม่ทำให้เหงาเกินไปเมื่อถึงวัยเกษียณ

ผมว่า การทำงานหรือมีงานมาให้ทำอยู่เรื่อยๆ มันช่วยให้ชีวิตไม่ขาดสีสัน ไม่จืดชืด ที่สำคัญไม่เฉา ยังมีโอกาสแต่งตัวออกจากบ้านบ้าง (หัวเราะ) แต่ไม่ได้บ่อยเหมือนไปทำงานประจำ ทำให้มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ บวกกับยึดหลักการใช้ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียง ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อมากนัก ทำให้อยู่ได้ไม่ลำบากหรือขัดสนอะไร

ยิ่งช่วงหลังเกษียณจะเคร่งครัดเรื่องไม่หาความเครียดมาให้ตัวเอง เริ่มจากไม่รับเลี้ยงลูกหลาน เวลาคิดถึงค่อยไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวแทน ผมไม่ได้ไปปฏิบัติธรรมเป็นประจำ แต่ก็ศึกษาหลักธรรมเพื่อให้จิตใจสบาย ถ้าอยากทำบุญก็ทำกับคนที่อยากจะช่วยเหลือโดยตรงหรือทำบุญเป็นครั้งคราว ที่สำคัญจะไม่นำเงินที่เก็บออมมาตลอดชีวิตไปลงทุนที่เสี่ยงเพื่อหวังผลตอบแทนสูงๆ เด็ดขาด เพราะมองว่าที่มีก็พอแล้ว มาถึงปัจจุบันมั่นใจว่าเงินที่มีเพียงพอสำหรับใช้ไปอีก 20-25 ปี รวมถึงมีเหลือบางส่วนเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกสาวและลูกชาย 2 คนได้ด้วย

"ตอนทำงานครั้งแรกเงินเดือน 2,108 บาท แบ่งให้ครอบครัวและ ตัวเองอย่างละครึ่ง แทบไม่เหลือเก็บ แต่เมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นก็เก็บมากขึ้น ผมว่ามีน้อยก็ออมน้อย มีมากขึ้นก็ออมมากขึ้น ทำให้เป็นเรื่องปกติ" พงศ์อดุล กล่าว

สำหรับวิธีลงทุนของผมค่อนข้างจะระมัดระวัง ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในงานที่ดูแลความเสี่ยงและเห็นปัญหาในแวดวงการเงินมามาก จึงไม่เลือกลงในอะไรที่เสี่ยงเลย แค่ฝากออมทรัพย์ พอถึงระดับหนึ่งก็จะโอนไปฝากประจำทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ นอกนั้นก็ซื้อสลากออมสิน ตัดรายได้เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และแบ่งลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ทำแบบนี้สะสมมาเรื่อยๆ

มาถึงวันนี้เชื่อว่าเงินที่เก็บออมมาได้ก้อนหนึ่งจะเพียงพอไว้ใช้จ่ายได้ประมาณเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ไปได้จนวาระสุดท้ายของชีวิต ผมคิดว่าคนที่เกษียณแล้วค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะอยู่ที่่รายจ่ายด้านสุขภาพ แต่ผมโชคดีที่ได้รับสวัสดิการจาก ธปท.และการทำงานกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา บวกกับการมีเงินเก็บก็ทำให้สบายใจ ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องกังวลปัญหาการเงินหลังเกษียณแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน