
ไฟแนนซ์ทูเดย์
.....ทีมข่าวการเงิน
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี บอกว่า ธนาคารยังคงยืนยันไม่แข่งขันขยายเครื่องเอทีเอ็มเหมือนธนาคารอื่น แต่จะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น
“เดี๋ยวนี้ลูกค้ามีหลายเซคเมนท์ เห็นได้ชัดอย่างคนรุ่นใหม่ต้องใช้เฟซบุ๊ค ใช้แบล็คเบอรี่และคนกลุ่มนี้ก็เยอะขึ้น จากอดีตคนกลุ่มนี้มีอยู่นิดเดียว ธนาคารจึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้แทบไม่เหยียบสาขาเลย” นายบุญทักษ์ กล่าว...l...บุญทักษ์ บอกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารทำออกมา เช่น บัตรเดบิต ทีเอ็มบี โนลิมิต จ่ายค่าแรกเข้า 500 บาท ระยะเวลา 3 ปี ที่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยเดินทางมาใช้บริการสาขา แต่ใช้บริการผ่านเครื่องเอทีเอ็มอย่างเดียว รวมทั้งรองรับกลุ่มคนต่างจังหวัดที่ไม่อยากเสียค่าบริการข้ามเขตในการถอนเงิน
อย่างไรก็ดีหากธนาคารอื่นจะแข่งกันเพิ่มเครื่องเอทีเอ็ม ก็ไม่เป็นไร เพราะตลาดจะเป็นตัวสะท้อนออกมา สิ่งที่ยืนยันมาตลอดมีอยู่ 3 ประเด็นคือ 1. ทุกอย่างต้องเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคาร ผู้บริโภค และภาครัฐ ต้องทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้งานได้ง่าย และมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกคน 2. ต้องทำให้ตลาดมีการแข่งขันกันอย่างเสรี และ3. หน้าที่ของรัฐคือการเข้ามาดูแลว่า ตลาดเกิดการแข่งขันกันอย่างเสรีได้จริง
...l...ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีเครื่องเอทีเอ็มเฉลี่ย 8,000 เครื่อง ขณะที่ทีเอ็มบีมีเครื่องเอทีเอ็มเพียง 2,000 เครื่อง หากธนาคารซื้อเครื่องเอทีเอ็มเข้ามาอีก 6,000 เครื่อง เพื่อให้เท่าธนาคารขนาดใหญ่ ต้องลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท อาจช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าได้ แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
...l...อมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้มีการปรับปรุงข้อมูลสถิติด้านสินเชื่อการค้าใหม่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สะท้อนขนาดธุรกรรมที่แท้จริงมากขึ้น ด้วยการส่งแบบสอบถามสุ่มสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการ ทั้งผู้นำเข้าหรือส่งออกรายใหญ่ที่มีมูลค่าการค้า 2,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่สามารถสะท้อนดัชนีตลาดได้ แล้วมาข้อมูลที่ได้มาคำนวณทางสถิติ จากเดิมที่ใช้วิธีสุ่มตัวเลขทางสถิติทั้งหมด จากฐานข้อมูลในช่วงปี 2544 ถึง 2546 ซึ่งอาจไม่ทันสมัยและอาจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลจริง
ทั้งนี้
...l...การเปลี่ยนข้อมูลสินเชื่อการค้า ดังกล่าว จะมีผลทำให้ข้อมูลสถิติดุลการชำระเงิน หนี้ต่างประเทศ และฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ เปลี่ยนไปจากฐานข้อมูลเดิมที่ ธปท. เคยเปิดเผยกับสาธารณะในช่วงที่ผ่านมาบ้าง เพราะดูจากข้อมูลในปี 2552 สินเชื่อการค้าที่ด้านหนี้สินเพิ่มขึ้น 6,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ยอดหนี้คงค้างต่างประเทศของไทยในปี 2552 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดหนี้ระยะสั้น จากเดิมที่ยอดหนี้มี 6.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 7.53 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตามถึงสินเชื่อการค้าจะทำให้ด้านหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้ด้านสินทรัพย์ของประเทศเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะปี 2552 ด้านสินทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับหนี้ที่เพิ่มขึ้น ที่จำนวน 1.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้สัดส่วนหนี้ต่อสินทรัพย์ของประเทศปรับดีขึ้นด้วย
...l...ผลของการปรับข้อมูลสินเชื่อการค้า อาจมีผลให้ยอดหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ฉะนั้น ถ้าตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจในเดือน ก.ย.ปีนี้ ที่จะแถลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ก็ไม่ต้องตกใจ เนื่องจากหนี้จริงของประเทศได้เพิ่มขึ้นจริง และการปรับข้อมูลเหล่านี้ ธปท.ก็ไม่ได้ทำเพื่อลดตัวเลขข้อมูลปริมาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้าหรือไหลออกให้คลาดเคลื่อนจากความจริง หรือไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลค่าเงินบาทแต่อย่างใด







