posttoday
กนง.คงดอกเบี้ย 1.5%

กนง.คงดอกเบี้ย 1.5%

04 พฤศจิกายน 2560

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบรองสุดท้ายของปี 2560

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบรองสุดท้ายของปี 2560 จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ซึ่งผลการประชุมที่เกิดขึ้นจะมีส่วนสำคัญในการชี้ให้เห็นถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตของไทยได้

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดว่า กนง.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ต่อเนื่องในการประชุมครั้งนี้ และน่าจะส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การพัฒนาการเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อคงทยอยขยับเข้าใกล้เป้าหมายนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มากขึ้น ส่งผลให้ความจำเป็นในการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมมีน้อยลง ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่เต็มที่

ขณะเดียวกัน ภาพรวมการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังไม่ทั่วถึงมากนัก จากปัจจัยที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี รวมทั้งภาคการท่องเที่ยว ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศทยอยฟื้นตัวอย่างช้าๆ ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ภาคการเกษตรที่ยังหดตัวในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา รวมถึงการว่างงานที่ขยับเพิ่มขึ้น อันบ่งชี้ถึงการ กระจายตัวของการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม การบริโภคสินค้าคงทนกลับมาขยายตัวเร่งขึ้นอีกครั้ง การลงทุนที่สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวติดต่อกันกว่า 4 เดือน และเครื่องชี้การลงทุนหมวดก่อสร้างปรับดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าที่คงมีความสมดุลมากขึ้น โดยการลงทุนมีโอกาสที่จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากแรงกระตุ้นของภาครัฐผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการ ผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่คงมีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2561

ทั้งนี้ การฟื้นตัวก็เริ่มมีสัญญาณกระจายตัวไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงมากขึ้น ซึ่งสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ที่ดี คงส่งผลให้โอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงไปมาก ขณะที่ภาพการฟื้นตัวที่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ กนง. น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป

ส่วนแรงกดดันเงินเฟ้อแม้ว่าจะอยู่ในระดับต่ำ แต่มีทิศทางค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าระดับเงินเฟ้อในปัจจุบันจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่มองไปข้างหน้ายังมีปัจจัยหนุนที่จะส่งผลให้เงินเฟ้อทยอยขยับตัวขึ้น ทั้งการปรับขึ้นของราคาสินค้าพลังงาน การปรับขึ้นของค่าจ้างแรงงาน และผลจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ยังคงสนับสนุนทิศทางการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้ออยู่ ทำให้อัตราเงินเฟ้อที่มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวเริ่มเข้าสู่กรอบล่างของเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ 1.0-4.0%

แต่เสถียรภาพต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย ยังรองรับความผันผวนและความเสี่ยงภายนอกประเทศได้ ทั้งนี้ คงต้องยอมรับว่าธนาคารกลางหลัก อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้ง ธนาคารกลางยุโรป ได้มีการส่งสัญญาณที่จะทยอยปรับการดำเนินนโยบายให้เป็นปกติมากขึ้น โดยในส่วนของเฟดได้มีการส่งสัญญาณที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค.นี้ และอีก 3 ครั้งในปีหน้า

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปได้ส่งสัญญาณที่จะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงสู่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายดังกล่าวยังไม่น่าจะส่งผลต่อตลาดการเงินไทยอย่างมีนัยสำคัญในระยะอันใกล้ เนื่องจากสภาพคล่องในระบบการเงินไทยยังคงทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ทางการไทยมีระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งเศรษฐกิจไทยยังมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจภายนอกประเทศของไทยที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับภาวะการไหลออกของเงินทุนอย่างฉับพลันมีจำกัด คงเปิดโอกาสให้ กนง.มีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับวัฏจักรเศรษฐกิจในประเทศเพื่อสนับสนุนให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นเต็มที่ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับตลาดโลกในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะทรงตัวในระดับปัจจุบันอีกระยะ โดย กนง.คงจะรอประเมินถึงพัฒนาการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเข้ามากระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน