
เครื่องซักอบรีดผ้าด่วนจี๋
เรื่อง | นภัสเมื่อพูดถึงนวัตกรรม แน่นอนว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ หรือเป็นการประดิษฐ์สิ่งของใหม่ๆ ขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
เรื่อง | นภัส
เมื่อพูดถึงนวัตกรรม แน่นอนว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ หรือเป็นการประดิษฐ์สิ่งของใหม่ๆ ขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ออกมา แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่ต้องตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี และตรงจุดมากขึ้น
เมื่อนวัตกรรมสามารถสร้างได้จากทุกสิ่งรอบตัว ไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่ธรรมดาที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันให้เจ๋งขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและประหยัดเวลา
แม้กระทั่ง "เครื่องซักผ้า" เครื่องใช้ประจำบ้านที่ใช้ทำความสะอาดเสื้อผ้า แน่นอนละว่าแทบทุกบ้านจะต้องมี แต่ก็อย่างว่าเครื่องซักผ้าแบบปกติทั่วไปก็ต้องมานั่งคอยผ้า หรือเวลาเร่งรีบก็ต้องมานั่งรออบแห้งอยู่ดี
ในศตวรรษที่ 16-17 ได้มีการคิดค้นเครื่องซักผ้าขึ้นมาใช้งาน โดยมีถังไม้ใหญ่บรรจุน้ำและผ้าซึ่งหมุนได้ด้วยแกนที่มีด้ามสำหรับหมุนด้วยมือ ผ้าจะผ่านลูกกลิ้งซึ่งคล้ายกับที่บดปลาหมึก ตราบจนถึงปี 1907 ชาวอเมริกันชื่อ อัลวา ฟิสเซอร์ ได้สร้างเครื่องซักผ้าที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าได้สำเร็จ
ปัจจุบันประเภทของเครื่องซักผ้าที่ใช้ในครัวเรือนที่เห็นกันมี 3 ประเภท คือ 1.เครื่องซักผ้าประเภท 2 ถังมีฝาด้านบน เป็นเครื่องซักผ้าประเภทกึ่งอัตโนมัติ ตัวตั้งเวลาในการซักและปั่นจะเป็นกลไกลูกบิดแบบ Electromechanical (กึ่งกลไกกึ่งไฟฟ้า) ถังหนึ่งจะไว้สำหรับซัก และอีกถังไว้สำหรับปั่นผ้าให้หมาด ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้แยกผ้าจากถังซักมาใส่ถังปั่นหมาดเอง และอาจจำเป็นต้องทำหลายครั้ง เนื่องจากถังปั่นหมาดมีขนาดเล็กกว่าถังซักมาก ในถังซักจะมีแกนหมุนตรงกลาง หมุนให้ผ้าเสียดสีกันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก เครื่องซักผ้าประเภทนี้มีราคาถูกกว่าประเภทอื่น
2.เครื่องซักผ้าประเภทถังเดียวมีฝาข้างบน เครื่องซักผ้าประเภทนี้โดยมากจะเป็นแบบทำงานอัตโนมัติ โดยตัวตั้งค่าต่างๆ ในการซักจะเป็นแบบปุ่มกดหรือแบบลูกบิดที่หมุนได้อย่างเบามือมากกว่าของเครื่องซักผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ (แบบเดียวกับลูกบิดปรับระดับเสียงในเครื่องเสียงและวิทยุบางรุ่น) ควบคุมการทำงานด้วยไมโครคอนโทรเลอร์ ที่ประกอบด้วยไอซี และไมโครโปรเซสเซอร์ เข้ามาแทนที่กลไกการตั้งเวลาแบบ Electromechanical โดยจะสามารถตั้งระบบการซัก ระดับน้ำ เวลาในการซักและปั่นหมาดได้อย่างเสร็จสรรพ ตัวเครื่องจำเป็นต้องต่อกับท่อน้ำ เมื่อตั้งระบบการซักเรียบร้อย เครื่องจะทำการจ่ายน้ำเข้าเครื่อง และตัดน้ำเองอัตโนมัติ จากนั้นทำการซักและปั่นหมาดในถังเดียว ผู้ใช้งานสามารถตั้งระบบการซักแล้วรอนำผ้าไปตากได้เลย โดยไม่ต้องมาคอยแยกผ้า ในถังซักจะมีแกนหมุนตรงกลางเช่นเดียวกับแบบสองถัง
3.เครื่องซักผ้าประเภทถังเดียวมีฝาด้านหน้า เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับแบบถังเดียวมีฝาด้านบน แต่มีถังซักซ้อนกัน 2 ถัง ถังซักชั้นในจะทำหน้าที่หมุนให้ผ้าเสียดสีกันและอุ้มน้ำไว้ในขณะที่หมุนผ้า ถังซักชั้นนอกจะทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ในขณะซัก และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากกว่า เช่น เครื่องจะคำนวณปริมาณน้ำโดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับปริมาณผ้า โดยเราเลือกเพียงแต่ชนิดของผ้า สามารถซักน้ำร้อนได้
ทุกวันนี้เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติทั้งแบบฝาบนและฝาหน้า บางรุ่นจะมีเครื่องทำน้ำร้อนในตัวเองสำหรับระบบการซักด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
แต่จะดีแค่ไหนถ้าเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเข้ามาช่วยอัพเกรดให้เครื่องซักผ้าสามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าให้พร้อมใส่ได้ภายใน 10 นาที และไม่ต้องมานั่งรีดผ้าแบบใช้เวลานานๆ เพื่อให้ผ้าเรียบ ไหนจะเรียบยาก ต้องคอยพรมน้ำตอนรีดอีก
หรือแม้กระทั่งการนำเสื้อผ้าไปร้านซักรีดก็ทำให้เสียเวลา ไม่ทันใช้ อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าตัวโปรดนั้นจะได้รับการดูแลซักรีดที่เหมาะสม หรือไม่งั้นเรามาดูเจ้าเครื่องนี้กันดีกว่า
เครื่องซักผ้าที่หน้าตาแปลกๆ มองยังไงก็ไม่เหมือนกับเครื่องซักผ้าทั่วไป เกิดจากพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และเวิร์ลพูล ได้ร่วมกันสร้างสรรค์คิดค้นเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานเครื่องซัก และการรีดผ้าที่ถนอมเสื้อผ้า อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย
เวิร์ลพูล สวอช (Whirlpool Swash) จะสามารถซัก อบ แห้ง ได้ในหนึ่งเดียว และจะสามารถนำเสื้อผ้ามาซักได้เพียง 1 ชุดต่อการซัก 1 ครั้งเท่านั้น
สวอช เครื่องรีดผ้าที่ใช้พลังความร้อนและเทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า สวอช พอดส์ (Swash Pods) ซึ่งสามารถจัดการผ้าของคุณให้เรียบ อีกทั้งยังใช้ระบบสวอช พอดส์ กำจัดสิ่งสกปรกบนผ้า ทำงานร่วมกับระบบทำความร้อนในเครื่องซักผ้า ช่วยให้ผ้าสะอาดและแห้งพร้อมใส่ภายใน 10 นาที
วิธีการใช้งานเวิร์ลพูล สวอช นำเสื้อผ้าที่ต้องซักมาแขวนด้านบน และยึดกับตัวยึดด้านล่าง แล้วนำนํ้ายาทำความสะอาดสวอช พอดส์ ใส่เครื่องและตั้งเวลา ซึ่งจะมีเวลาให้เลือก 10 และ 15 นาที และเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็สามารถนำเสื้อผ้าที่นำไปซักมาสวมใส่ได้แล้ว
อีกทั้งเครื่องซักผ้าดังกล่าวมีดีไซน์ที่ทันสมัย รองรับเสื้อผ้าทุกชนิดและมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถที่จะตั้งได้ในพื้นที่คับแคบ อีกทั้งราคาก็ไม่แพง สนนราคาของตัวเครื่องอยู่ที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 หมื่นบาท) และนํ้ายาทำความสะอาดสวอช พอดส์ ราคา 6.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 223 บาท) สำหรับ 12 ถ้วย
หรือว่านี่คือจุดเริ่มต้นในการปฏิวัติการซักผ้า... n







