posttoday
ฐานันดรที่สี่ในโลก 4.0 (1)

ฐานันดรที่สี่ในโลก 4.0 (1)

25 ตุลาคม 2560

พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. ยุคนี้ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นยุคที่เป็นขาลงของสื่อโดยเฉพาะธุรกิจสำนักข่าว เพราะเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่กำลังถูกทำลายจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะปัจจุบันมนุษย์สามารถหาอ่านข่าวสารได้หลากหลาย กว้างขวาง นอกเหนือจากข่าวสารที่ผ่านการคัดสรรจากสำนักข่าว นอกจากนั้นผู้อ่านยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตข่าวได้อีกด้วย คนกลางอย่างสำนักข่าวกลายเป็นส่วนเกินในโลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.

ยุคนี้ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นยุคที่เป็นขาลงของสื่อโดยเฉพาะธุรกิจสำนักข่าว เพราะเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่กำลังถูกทำลายจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะปัจจุบันมนุษย์สามารถหาอ่านข่าวสารได้หลากหลาย กว้างขวาง นอกเหนือจากข่าวสารที่ผ่านการคัดสรรจากสำนักข่าว นอกจากนั้นผู้อ่านยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตข่าวได้อีกด้วย คนกลางอย่างสำนักข่าวกลายเป็นส่วนเกินในโลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สำนักข่าวต่างๆ ใช่ว่าจะอยู่นิ่งรอให้อนาคตมาทำลายตนเอง สำนักข่าวหลายสำนักได้พยายามปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือ โดยหวังว่าจะเป็นทางรอดในยุคที่ผู้อ่านส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการอ่านจากกระดาษไปสู่การอ่านจากหน้าจอแทน

ทุกสำนักข่าวต่างสร้างเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารไปสู่ผู้อ่าน โดยมียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นดัชนีชี้วัด ในการไปหารายได้จากการโฆษณา แน่นอนว่าเว็บไซต์ข่าวใดมียอดคนเข้าชมมาก เม็ดเงินโฆษณาก็ไหลเข้ามากตาม

เม็ดเงินโฆษณาที่มีจำกัดกับการเพิ่มขึ้นของเว็บไซต์ข่าวกลับสวนทางกัน ทำให้เม็ดเงินโฆษณาไม่สามารถหล่อเลี้ยงภาคธุรกิจได้เพียงพอ ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงเพื่อแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาที่จำกัด แน่นอนว่าในภาวะการแข่งขันดังสงครามเช่นนี้ ส่งผลให้ทุกอย่างๆ แย่ลง ธุรกิจสำนักข่าวนอกจากจะประสบกับการถูกทำลายจากภายนอกแล้ว ยังถูกทำลายจากภายในกันเองอีกด้วย

ภายนอกได้รับแรงกดกันจากสื่อสารอินเทอร์เน็ตที่มีข่าวสารไหลเวียนมหาศาลที่พร้อมเสนอที่จะแย่งชิงยอดผู้ชม ภายในระหว่างสำนักข่าวกันเองก็เปิดศึกแย่งยอดผู้ชมเช่นเดียวกัน ในท่ามกลางสงครามอันดุเดือดผู้ชนะตัวจริงกลับกลายเป็นผู้ที่อยู่นอกวงการ

เฟชบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากกว่า 2,000 ล้านคน เทียบได้ว่าเป็นเครือข่ายที่มีประชากรประมาณหนึ่งในสามของโลก จริงๆ แล้วเฟชบุ๊ก นั้นเพิ่งก่อกำเนิดได้เพียง 10 ปี แต่ได้กลายเป็นบริษัทที่ติดลำดับต้นๆ ของบริษัทที่มีอิทธิพลของโลกในยุคปัจจุบัน อิทธิพลของเฟชบุ๊กคือจำนวนผู้ใช้งาน 2,000 ล้านคน

ด้วยความที่เฟชบุ๊กสามารถเข้าถึงคนได้ประมาณหนึ่งในสามของโลก ทำให้อะไรก็ตามที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊กก็สามารถเข้าถึงคนได้ประมาณหนึ่งในสามของโลกเช่นกัน คงไม่มีเครือข่ายหรือสื่อใดในโลกนี้ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงคนจำนวนได้มากกว่านี้อีกแล้ว และนี่ก็คือแหล่งอิทธิพลของเฟชบุ๊กที่สร้างผลกระทบอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

ในทางตรงข้ามเว็บไซต์ของสำนักงานข่าว ที่กว่าจะสร้างตัวตนให้มีคนทั่วไปรู้จักและเข้าชมนั้น เป็นเรื่องที่ยาก และต้องลงทุน เพื่อสร้างความรับรู้ให้กับคนทั่วไป ดังนั้นทางออกของสำนักข่าวคือการเปลี่ยนจากการทำเว็บไซต์ข่าวของตนเองเพื่อให้คนเข้ามารับข้อมูลข่าว มาเป็นการใช้เฟชบุ๊กเป็นสื่อในการดึงคนมาอ่านเนื้อหาของตนเอง

จริงอยู่ที่การทำเช่นนั้นสามารถเพิ่มยอดผู้อ่านได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น และสามารถสร้างรายได้จากการโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวสำนักข่าวเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นผู้คัดสรรข่าวสารไปสู่สาธารณะ (Gatekeeper) ไปเป็นเพียงแค่ผู้เขียนข่าว และกำลังส่งมอบหน้าที่บรรณาธิการในการคัดกรองข่าวก่อนเผยแพร่ข่าวไปสู่สาธารณะให้แก่เฟชบุ๊ก ผลเป็นอย่างไรโปรดติดตามต่อไป n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน