
การรู้ทันสารสนเทศ (1)
ชัชวาล สังคีตตระการเราอยู่ในยุคที่แทบทุกคนต่างก็มีอุปกรณ์เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอยู่ติดตัวเกือบตลอดเวลา อยากเข้าอ่านเข้าดูอะไร ก็ทำได้อย่างที่ต้องการ ในแทบทุกเรื่อง ทุกเวลา ทุกสถานที่ และมากไปกว่านั้น ทุกวันนี้ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข่าวสารแต่เพียงอย่างเดียว เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ทำให้เราสามารถเป็นผู้สร้างข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศเพื่อเผยแพร่ได้อีกด้วย
ชัชวาล สังคีตตระการ
เราอยู่ในยุคที่แทบทุกคนต่างก็มีอุปกรณ์เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอยู่ติดตัวเกือบตลอดเวลา อยากเข้าอ่านเข้าดูอะไร ก็ทำได้อย่างที่ต้องการ ในแทบทุกเรื่อง ทุกเวลา ทุกสถานที่ และมากไปกว่านั้น ทุกวันนี้ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข่าวสารแต่เพียงอย่างเดียว เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ทำให้เราสามารถเป็นผู้สร้างข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศเพื่อเผยแพร่ได้อีกด้วย
ปัจจุบันเราสามารถยกมือถือกด LIVE กันแทบจะทันทีได้ แถมเผยแพร่ไปได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องส่งให้ใครหรือหน่วยงานใดตรวจสอบเนื้อหาก่อน มองในด้านดี เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยก็มาช่วยสนับสนุนให้การเผยแพร่สารสนเทศนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมมาก ส่งผลให้เรารับรู้ข่าวสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์
ล่าสุดผมเพิ่งเห็นคนนำโดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ ขึ้นบินเก็บภาพในพื้นที่น้ำท่วมในต่างจังหวัดและโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ นี่ถือเป็นสื่อในยุคนี้จริงๆ ครับ ที่ใครก็สามารถเป็นนักข่าวภาคสนามได้ ด้วยต้นทุนต่อชั่วโมงในการผลิตสื่อที่ต่ำมาก มากกว่าสื่อเดิมหลายสิบหลายร้อยเท่า และเป็นเนื้อหาข่าวสารที่ถูกสร้างโดยผู้ใช้ หรือ User-Generated Content นั่นเอง
แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อน่ากังวลใจอยู่ไม่น้อยในเชิงผลกระทบทางสังคม เมื่อข้อมูลข่าวสารถูกสร้างและเผยแพร่ได้อย่างเสรี เกิดขึ้นอย่างมากมายอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถตรวจสอบกันได้อย่างทั่วถึง แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามทำ แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะทำให้สำเร็จ
ดังนั้น ทักษะที่จำเป็นและสำคัญมากของผู้ใช้สื่อสารสนเทศในยุคนี้ นั่นก็คือ การรู้สารสนเทศ หรือ Information Literacy คำว่า Literacy หมายถึง การรู้หนังสือ ปัจจุบันแหล่งข้อมูลหรือแหล่งความรู้มาจากสื่อที่หลากหลายรูปแบบ จึงเกิดคำที่มีความหมายในลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายคำ เช่น การรู้เทคโนโลยี (Technology Literacy) การรู้สื่อ (Media Literacy) หรือ Social Media Literacy
ย้อนกลับไปที่คำว่า "รู้หนังสือ" ครับ การที่เราจะถือว่าเรารู้หนังสือแล้ว ไม่ใช่แค่สามารถอ่านออกเขียนได้เพียงอย่างเดียว ในที่นี้ ผมจะขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ที่สำคัญ คือ
ความสามารถในการเลือกและเข้าถึง เช่น หากเป็นสมัยก่อน ก็คือรู้ว่าหนังสือเล่มที่อยากอ่านอยู่ที่ไหน ต้องไปที่ห้องสมุดใด จะเดินทางไปได้อย่างไร จะเข้าไปอ่านได้อย่างไร ถ้าอ่านไม่จบ อยากยืมกลับบ้าน ต้องทำอย่างไรบ้าง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ฯลฯ
ความสามารถในการทำความเข้าใจ วิเคราะห์และสังเคราะห์ ว่าข้อมูลที่เราอ่านนั้น มีสาระสำคัญอย่างไร มีความถูกต้องน่าเชื่อถือแค่ไหน เราจะนำความรู้หรือข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างไร ฯลฯ
ความสามารถในการสร้างสรรค์และเผยแพร่ เมื่อเราต้องการสร้างสรรค์หรือเผยแพร่ต่อไปยังผู้อื่นต้องทำอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนการเขียนการสร้างอย่างไร ใครคือผู้อ่านหรือผู้รับสาร จะเผยแพร่ผ่านช่องทางไหน ฯลฯ
จะเห็นได้ว่า การรู้สารสนเทศนั้น ยังมีความสามารถอื่นๆ ที่จำเป็น จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ในตอนหน้าผมจะมาเล่าต่อว่า ทำไมการรู้สารสนเทศจึงเป็นทักษะความสามารถที่ผู้คนในยุคนี้จำเป็นต้องมีติดตัวเป็นอย่างยิ่งครับ n







