
ธปท.ฟันธง เศรษฐกิจปีนี้ดีเกินคาด
ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 ปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ที่ 4% สูงขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ 3.7% ทำให้ทั้งปีน่าจะโตตามคาดที่ 3.8% ซึ่งครึ่งปีแรกโตได้แล้ว 3.5% ครึ่งปีหลังน่าจะโตที่ 4.1% อย่างไรก็ดี การเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ทั้งปียังมีโอกาสโตได้มากกว่าที่คาด ตามการเติบโตของการส่งออกเป็นสำคัญ
ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 ปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ที่ 4% สูงขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ 3.7% ทำให้ทั้งปีน่าจะโตตามคาดที่ 3.8% ซึ่งครึ่งปีแรกโตได้แล้ว 3.5% ครึ่งปีหลังน่าจะโตที่ 4.1% อย่างไรก็ดี การเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ทั้งปียังมีโอกาสโตได้มากกว่าที่คาด ตามการเติบโตของการส่งออกเป็นสำคัญ
ข้อมูลล่าสุดการส่งออกในเดือน ก.ย.ปีนี้โตที่ 13.4% สูงกว่าที่คาดเล็กน้อย เป็นสัญญาณที่ดีต่อเนื่องทั้งภูมิภาค และถ้าส่งออกปีนี้ทั้งปีสูงกว่าคาดที่ 8% เศรษฐกิจก็มีโอกาสโตได้มากกว่า 3.8% แต่ ธปท.จะยังไม่มีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงนี้ ต้องรอปรับตามกำหนดปกติซึ่งยังมีเวลาในการติดตามข้อมูล
"เศรษฐกิจโดยภาพรวมปรับดีขึ้นเดือนต่อเดือน แม้ปัจจัยที่สนับสนุนกำลังซื้อหรือการบริโภคในประเทศโดยรวมจะดี มีการใช้จ่ายสินค้าคงทนเพิ่ม แต่กำลังซื้อยังคงไม่เข้มแข็งและทั่วถึง ส่วนหนึ่งเพราะรายได้ภาคเกษตรยังขยายตัวเพิ่มเล็กน้อย 0.5% จากเดือนก่อนติดลบ 4.5% และทั้งไตรมาส 3 ปีนี้ รายได้ภาคเกษตรยังติดลบที่ 2.6% ขณะที่รายได้นอกภาคเกษตรยังทรงตัว ซึ่งนักศึกษาจบใหม่ยังหางานทำได้ช้าด้วยสาเหตุต่างๆ แต่อัตราการว่างงานที่ 1.3% เพิ่มขึ้นจาก 1.2% แต่ยังไม่น่าห่วง มั่นใจว่าช่วงโค้งสุดท้ายหรือ 2 เดือนที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี ไม่จำเป็นนักว่ารัฐบาลจะต้องมีมาตรการกระตุ้นหรือไม่ แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะตอนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจก็ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ" ดอน กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจโดยรวมในทุกภาคส่วนปรับดีขึ้นหมด ทั้งการส่งออก ท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐ ยกเว้นการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวน้อย และการที่การบริโภคในประเทศขยายตัวยังไม่เข้มแข็งและยังไม่ทั่วถึงอาจเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ผลิตเพื่อขายในประเทศที่ยอดขายอาจไม่เพิ่มได้ ส่วนเอสเอ็มอีที่ส่งออกยังโตได้ดี
ดอนกล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายปี 2561 ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง และ ธปท.ยังเห็นชอบร่วมกันในการกำหนดกรอบเงินเฟ้อไว้ที่ 1-4% เท่าเดิม เท่าที่ทราบท่านผู้ว่าการได้มีการประชุมหารือกับท่านรัฐมนตรีคลังก่อนเดินทางไปประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกในเดือน ต.ค. และทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าจะใช้เป้าเงินเฟ้อทั่วไปเดิมที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% สำหรับเป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายการเงินในปีหน้า
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ประเมินผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในบางพื้นที่ โดยมองว่าไม่น่าจะมีความเสียหายเกิน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่มากจนกระทบเศรษฐกิจภาพรวม และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ริมน้ำ ไม่ได้กระทบเข้ามายังพื้นที่เศรษฐกิจ จึงไม่กระทบต่อเศรษฐกิจและการขนส่ง แต่เป็นการกระทบต่อทรัพย์สินและพฤติกรรมการใช้จ่ายมากกว่า
วีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า คาดว่าเอ็มพีไอปีนี้จะสูงสุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2556 ที่อยู่ระดับ 1.6% ปี 2557 ติดลบ 3.76% ในปี 2558 ติดลบ 0.04% และปี 2559 อยู่ในระดับ 1.6% โดยได้รายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบในที่ประชุม ครม. โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ดูแลการผลิตเอสเอ็มอี และรายที่อาจประสบปัญหาภาวะน้ำท่วม จึงสั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำแผนรับมือเพื่อป้องกันปัญหา แม้ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าโรงงานใดได้รับผลกระทบ







