
นายกฯสั่งโด๊ปศก.
นายกฯ สั่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เล็งให้ช็อปช่วยชาติเร่งบริโภค "อุตตม" เตรียมกระตุ้นภาคการผลิต
นายกฯ สั่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เล็งให้ช็อปช่วยชาติเร่งบริโภค "อุตตม" เตรียมกระตุ้นภาคการผลิต
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังไปพิจารณามาตรการช็อปช่วยชาติว่าจะนำมาใช้ในปีนี้ต่อได้อย่างไร ให้ศึกษารายละเอียดและต้องจัดทำให้รัดกุมขึ้น ในขณะนี้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น การส่งออกขยายตัว กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการ และแรงงานที่อยู่ในห่วงโซ่นี้ ได้ประโยชน์ประมาณ 10 ล้านคน
ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบถึงภาวะอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.ย. ว่ามีการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มีการติดตามและดูแลให้เกิดการขยายตัว ที่ต่อเนื่อง
นายอุตตม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของภาคผลิต โดยจะออกมาตรการภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า มีทั้งมาตรการใหม่และมาตรการต่อเนื่องที่ดำเนินการในปัจจุบัน เช่น กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นของขวัญปีใหม่ให้โรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับดัชนีผลผลิตภาคอุตสาห กรรม (เอ็มพีไอ) ปี 2560 จะขยายตัว 1-2% สูงสุดในรอบ 4 ปี โดยกระทรวงได้รายงานภาพรวมสถานการณ์ภาคการผลิตอุตสาหกรรมให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ฟื้นตัว เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร อาหารแช่แข็ง อุตสาหกรรมยาง เกษตรแปรรูป ที่ส่งผลให้เอ็มพีไอปี 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จากการส่งออก และกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ดัชนีเอ็มพีไอในปี 2561 จะต้องติดตามภาพรวมที่เหลือของปีนี้ และประเมินแนวโน้มการส่งออกที่จะเกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร เพราะหากแนวโน้มการส่งออกขยายตัวอีก จะส่งผลให้ภาคการผลิตเติบโตตามไปด้วย
นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.ปรับเป้าหมายการขยายตัวของเอ็มพีไอในปี 2560 โดยจะขยายตัวในอัตราใกล้เคียง 1-2% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ 0.5-1.5% โดยเฉพาะช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งโดยปกติจะมีบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลต่างๆ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่จีดีพีภาคอุตสาหกรรมคาดปีนี้ขยายตัว 1.5-2%







