posttoday
กรอบเงินเฟ้อร้อน คลังกดดันธปท.หนุนศก.เพิ่ม

กรอบเงินเฟ้อร้อน คลังกดดันธปท.หนุนศก.เพิ่ม

29 ตุลาคม 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 ยังเป็นเรื่องมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง โดยมีการหารือระดับเจ้าหน้าที่และระดับผู้ว่าการ ธปท. กับ รมว.คลัง ไปแล้วอย่างละ 1 รอบ โดยจะได้ข้อสรุปให้ได้ก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. 2560 เพราะเป็นเรื่องที่ ธปท. จะต้องมาเซ็นข้อตกลงการบริหารกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อให้ได้ตามเป้าหมายกับกระทรวงการคลัง

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 ยังเป็นเรื่องมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง โดยมีการหารือระดับเจ้าหน้าที่และระดับผู้ว่าการ ธปท. กับ รมว.คลัง ไปแล้วอย่างละ 1 รอบ โดยจะได้ข้อสรุปให้ได้ก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. 2560 เพราะเป็นเรื่องที่ ธปท. จะต้องมาเซ็นข้อตกลงการบริหารกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อให้ได้ตามเป้าหมายกับกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. มาระบุว่าจะคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นในปี 2561 ไว้ที่ระดับ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% ต่อไปได้ ซึ่งยังอยู่ระหว่างศึกษาและพูดคุยกับกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อกลางปี 2560 จึงไม่จำเป็นต้องปรับกรอบเงินเฟ้อไปจากปีก่อนหน้า

แต่ทว่าในฟากของกระทรวง การคลังไม่เห็นด้วยกับการคงกรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท. เพราะเห็นว่า ธปท. กำหนดกรอบเงินเฟ้อที่ระดับ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% มาเป็นเวลา 3 ปี และไม่สามารถทำให้อยู่ในกรอบได้เลย โดยปี 2558 เงินเฟ้อติดลบ 0.9% ต่อมาปี 2559 เงินเฟ้อขยายตัว 0.19% และรอบ 9 เดือนแรกของปี 2560 เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.59% แม้ว่าเงินเฟ้อจะขยายตัวเพิ่มขึ้นแต่ก็คาดว่าทั้งปีเงินเฟ้อไม่เกิน 1%

จากสถิติจะเห็นว่าเงินเฟ้อที่แท้จริงหลุดจากกรอบเป้าหมายของ ธปท.ไปมาก ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงไม่เห็นด้วยกับการคงกรอบเงินเฟ้อไว้เท่าเดิม โดยต้องการกำหนดกรอบให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หากคงไว้เท่าเดิมก็ต้องมีวิธีการบริหารเงินเฟ้อให้เข้ามา อยู่ในกรอบ ไม่ใช่กำหนดกรอบแล้วไม่สามารถทำได้จริง ทำให้การกำหนดกรอบไม่เป็นประโยชน์กับการบริหารเศรษฐกิจ

สุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า คลังต้องการให้ ธปท. กำหนดกรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อให้จับต้องได้จริง กำหนดแล้วควรทำให้ได้เหมือนเด็ก ทำข้อสอบก็ควรต้องสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หากไม่ผ่านตามเกณฑ์ก็ถือว่าสอบตก ก็ควรแก้ไข ทำให้ได้ตามเกณฑ์

สำหรับปัญหากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นประเด็นร้อนก่อนหน้านี้แล้ว ที่เงินเฟ้อแท้จริงหลุดจากกรอบจากที่ ธปท. กำหนดไว้มาก กระทรวงการคลังก็ออกมาเรียกร้องให้ ธปท. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบัน อยู่ที่ 1.50% เพื่อช่วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพ แต่ ธปท.โต้ตอบทันควันไม่ยอมลดดอกเบี้ย เพราะเห็นว่าปัญหาเงินเฟ้อต่ำแม้ว่าจะหลุดกรอบระดับล่าง ก็ดีกว่ามีปัญหาเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม ในแง่มุมของกระทรวงการคลังมองว่า การที่ ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงก็ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงจนหลุดกรอบบน แต่ที่ ธปท.ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นเพราะว่า ธปท.ไม่สามารถคุมการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ได้ เพราะหาก ธปท.ลดดอกเบี้ยจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินฝากลงกระทบกับผู้ฝากเงิน แต่ธนาคารไม่ลดดอกเบี้ยขาเงินกู้ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยฝากและกู้เพิ่มขึ้น กลายเป็นว่าการ ลดดอกเบี้ยของ ธปท.ทำให้แบงก์ มีกำไรเพิ่มขึ้น

ที่ผ่านมาในการหารือทางกระทรวงการคลังได้เสนอให้ ธปท.หาวิธีการควบคุมส่วนต่างๆ ดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไม่ให้สูงเกินไป เพื่อให้การลดดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. มีผลทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยที่ผู้ฝากเงินไม่ได้รับผล กระทบ แต่ ธปท.ก็ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของธนาคารพาณิชย์

ขณะเดียวกัน อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า การกำหนดกรอบเงินเฟ้อ เป็นกรอบตัวชี้นำว่าเศรษฐกิจของประเทศจะไปอย่างไร ในบางช่วงเงินเฟ้อสูงแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ธปท. ก็ต้องเข้าไปดูแล ในบางช่วงเงินเฟ้อต่ำไปก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ไม่ถึงศักยภาพ ธปท. ก็ต้องหาทางทำทุกวิธีการและทุกเครื่องมือที่มีอยู่ให้เศรษฐกิจขยายตัวไปถึงศักยภาพ

รมว.คลัง ระบุว่า ธปท. มีเครื่องมือดูแลกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งดอกเบี้ยนโยบาย ปริมาณเงินในระบบ และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นหน้าที่ของ ธปท. ที่จะต้องทำอย่างไรให้เงินเฟ้อ อยู่ในกรอบเป้าหมาย ก็ต้องดูว่า ธปท. ทำหรือยัง ซึ่งการออกมาระบุของ รมว.คลัง เป็นการสะท้อนได้ว่า คลังยังเห็นว่า ธปท. มีความพยายามไม่มากพอที่จะทำให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือดอกเบี้ยนโยบาย หรือการลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นให้มากขึ้นนั้นเอง

ขณะที่ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง มองว่าการที่คลังเสนอให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ใช่ต้องการให้การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีอยู่แล้ว แต่การลดดอกเบี้ยจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นและเต็มศักยภาพได้รวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ดอกเบี้ยนโยบายยังสูงทำให้เงินทุนไหลเข้ามาทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า และเงินที่ไหลเข้ามาส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไม่ได้เป็นการลงทุนจริง

ความขัดแย้งกรอบเงินเฟ้อจึง ลามมาถึงการกำหนดกรอบใหม่ของปี 2561 เมื่อ ธปท.จะคงเป้าไว้เท่าเดิม แต่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย ถึงขนาดในการหารือที่ผ่านมา รมว.คลัง ได้สั่งการให้ ผู้ว่าการ ธปท.ไปทำการบ้านชี้แจงรายละเอียดต่างๆ อย่างละเอียด โดยเฉพาะการดูแลกรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อปี 2560 ที่ผ่านมา ทำอะไรไปบ้าง ใช้เครื่องมือประเภทไหนบ้าง มากน้อยขนาดไหน และทำไม่ถึงไม่สามารถทำให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ ได้ และให้กลับมารายงานในการ หารือครั้งต่อไป

การให้การบ้านดังกล่าว เหมือนเป็นการกดดัน ธปท. ว่าในเมื่อปีที่ผ่านมาทำไม่ได้ และทำไมยังกำหนด เป้าหมายเงินเฟ้อไว้เท่าเดิม หรือมองอีกด้านหนึ่งก็เป็นการกดดัน ธปท. ไว้ล่วงหน้าว่า หากจะคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อไว้เท่าเดิม ธปท. ก็ต้องมีวิธีการบริหารอย่างไรให้ได้ตามกรอบ ไม่ได้ปล่อยไปตามสถานการณ์ให้ต่ำกว่า เป้าเหมือน 3 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้น การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 จึงมีความเข้มข้นมากกว่าทุกปี การจะกำหนดกรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อเท่าไร ทางคลังคงให้เป็นไปตามที่ ธปท. เสนอมา แต่การบริหารกรอบให้ได้ตามเป้าหมายเป็นเรื่องคลังจะเข้มข้นและดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการที่ ธปท. ไม่สามารถทำให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายที่เสนอมาและได้รับการเห็นชอบจากคลังได้ ก็น่าจะต้องมีใครใน ธปท. รับผิดชอบบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจะไม่มี ความหมายอะไรเลย หากจะทำได้ตามเป้าหรือไม่ได้ตามเป้าก็ได้ n

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา