
ทริสลดเครดิตSTAเหลือBBB+
ทริส เรทติ้ง ลดอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี เป็น BBB+จาก A-แนวโน้มคงที่
ทริส เรทติ้ง ลดอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี เป็น BBB+จาก A-แนวโน้มคงที่
ทริส เรทติ้ง ลดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) เป็น BBB+ จากเดิมที่ A- สะท้อนถึงระดับภาระหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและเงินสดส่วนเกินที่รองรับการชำระหนี้ ลดลง
ทั้งนี้ อันดับเครดิตยังคงสะท้อนสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทในธุรกิจยางธรรมชาติ ตลอดจนการมีฐานลูกค้า ที่กระจายตัว และประสบการณ์อันยาวนานของคณะผู้บริหารในธุรกิจ ทว่าความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติ รวมทั้งจากอัตราการทำกำไรในระดับต่ำของกลุ่มผู้ผลิตยางธรรมชาติในธุรกิจกลางน้ำ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ครึ่งแรกของปี 2560 บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางประมาณ 85% ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ โดยมียอด ส่งออกคิดเป็น 83% ของปริมาณขายในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 ตลาดส่งออก หลักของบริษัท คือ ประเทศจีน ซึ่งมีสัดส่วน 57% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด
เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติในธุรกิจกลางน้ำ ดังนั้น อัตรากำไรของบริษัทจึงค่อนข้างต่ำและผันผวนตามราคายางธรรมชาติ โดยบริษัทมีการทำสัญญาตราสารอนุพันธ์เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคาและจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 0.55-3.17% ในปี 2555-2559 กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดา) อยู่ระหว่าง 1,061-3,506 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของบริษัทต่ำกว่าคาดในปี 2559 แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 33% และราคาขายจะฟื้นตัว ขึ้นในช่วงปลายปี 2559 แต่อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา รวมกับรายการของค่าเผื่อสำหรับผลขาดทุนของสินค้าคงเหลือและกำไรหรือขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ราคายางลดลงอย่างมากเป็น 0.55% ในปี 2559 เมื่อเทียบกับ 1.15-3.17% ในปี 2555-2558
สำหรับอัตรากำไรติดลบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 โดยลดลงเป็น -3.48% เมื่อเทียบกับ 3.25% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เนื่องจากบริษัทมีการบันทึกขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ราคายางเท่ากับ 921 ล้านบาท ในปี 2559 และ 266 ล้านบาท ในครึ่งแรกปี 2560







