
แสวงหาหุ้นผลตอบแทนดี
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์สั ปดาห์ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ได้เตรียมมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้เป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังไตรมาสแรกปีหน้า โดยตั้งแต่ต้นเดือนจะเร่งรัดให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงด้านเศรษฐกิจจัดทำแผนที่เป็นรูปธรรมที่จะส่งผลสะเทือนทุกระดับเศรษฐกิจให้เกิด "High Impact"
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
สั ปดาห์ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ได้เตรียมมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้เป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังไตรมาสแรกปีหน้า โดยตั้งแต่ต้นเดือนจะเร่งรัดให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงด้านเศรษฐกิจจัดทำแผนที่เป็นรูปธรรมที่จะส่งผลสะเทือนทุกระดับเศรษฐกิจให้เกิด "High Impact"
KS Research คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "High Impact" นี้จะมีระดับที่ใหญ่กว่ามาตรการที่ใช้มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการต่อยอดและเพิ่มขนาดจากมาตรการเดิม รวมไปถึงการใช้มาตรการใหม่ ทั้งมาตรการช็อปช่วยชาติ มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการอัดฉีดเงินสู่มือประชาชน ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อกลุ่มค้าปลีก BJC CPALL HMPRO BEAUTY KAMART MEGA โรงแรม CENTEL MINT ERW (งบไตรมาส 3 ไม่ดี แต่เป็นโอกาสซื้อเพื่องบไตรมาส 4 ที่จะเป็นช่วงฤดูกาล)
อสังหาริมทรัพย์ PSH SPALI สินเชื่อเช่าซื้อ KKP TISCO TCAP TK และรับเหมาฯ STECCK UNIQ SYNTEC SEACO PYLON
นอกจากการหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาลแล้ว ในระยะสั้นยังสามารถเลือกเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่จะมีผลประกอบการดีได้ด้วย หลังจากกลุ่มธนาคารรายงานผลประกอบการกันเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยธนาคาร 8 แห่งที่ KS Research ออกบทวิเคราะห์มีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3 รวม 3.73 หมื่นล้านบาท +จากไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่ KS Research คาดไว้ 8%
วงจรการเก็งผลประกอบการในแต่ละไตรมาส คือ กลุ่มธนาคารมักจะเกิดการขายเมื่อความจริงปรากฏ หลังประกาศงบเสร็จสิ้นทุกครั้ง ก่อนที่จะเกิดการสลับกลุ่มลงทุน กระแสเงินจะเริ่มเข้าเก็งผลประกอบการภาคการผลิตโดยจะเริ่มจากกลุ่มวัสดุก่อสร้าง พลังงาน ปิโตรเคมี และตามมาด้วยกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ
KS Research ทำการคัดเลือกหุ้นที่จะมีผลประกอบการดีในงวดไตรมาส 3 จากบทวิเคราะห์กลยุทธ์ "เน้นลงทุนหุ้นที่จะมีกำไรครึ่งปีหลังดีต่อเนื่อง" (เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2560) และ "เฟ้นหาหุ้นที่ปรับขึ้นมากกว่าตลาดช่วงปลายปีถึงไตรมาสแรกปีหน้า" (เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2560) จะประกอบไปด้วยการเงิน SAWAD MTLS
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ KCE HANA อสังหาริมทรัพย์ SPALI PSH นิคมอุตสาหกรรม AMATA TICON JWD ค้าปลีก BJC CPALL HMPRO BEAUTY KAMART MEGA สายการบิน AAV บันเทิง MAJOR กลุ่มโรงพยาบาล BDMS และกลุ่มยานยนต์ SAT STANLY (CENTEL MINT MAJOR BDMS SAT และ STANLY KS Research ไม่ได้ออกบทวิเคราะห์)
หุ้นต่างๆ ข้างต้นคาดว่าจะสามารถปรับขึ้นมากกว่าตลาดในช่วงที่เหลือของเดือน ต.ค.-กลางเดือน พ.ย. 2560







