posttoday
สังคมออนไลน์...และความอิจฉาริษยา นัยอันตรายต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

สังคมออนไลน์...และความอิจฉาริษยา นัยอันตรายต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

29 ตุลาคม 2560

ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้าwww.econ.nida.ac.th; piriya.pholphirul.blogspot.comในสมัยก่อนที่ยังไม่มีระบบสังคมออนไลน์ เรามักพบปะเพื่อนฝูงกันผ่านชีวิตจริง เราคบกันแบบโลกอะนาล็อก (Analog World) เราไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้ที่บ้านจะยากดีมีจนอย่างไร (อาจจะรู้แต่ไม่เห็นเป็นภาพ) เราไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้จะไปเที่ยวเมืองนอกกี่ครั้ง จะบินชั้นประหยัดหรือชั้นธุรกิจ เราไม่รู้ว่าบ้านเขาใหญ่หรือเล็ก หรือเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรนอกรั้วโรงเรียน และถ้าจะติดต่อกันก็ใช้วิธีปกติอย่างโทรศัพท์หรือเขียนจดหมาย

ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้าwww.econ.nida.ac.th; piriya.pholphirul.blogspot.com

ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีระบบสังคมออนไลน์ เรามักพบปะเพื่อนฝูงกันผ่านชีวิตจริง เราคบกันแบบโลกอะนาล็อก (Analog World) เราไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้ที่บ้านจะยากดีมีจนอย่างไร (อาจจะรู้แต่ไม่เห็นเป็นภาพ) เราไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้จะไปเที่ยวเมืองนอกกี่ครั้ง จะบินชั้นประหยัดหรือชั้นธุรกิจ เราไม่รู้ว่าบ้านเขาใหญ่หรือเล็ก หรือเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรนอกรั้วโรงเรียน และถ้าจะติดต่อกันก็ใช้วิธีปกติอย่างโทรศัพท์หรือเขียนจดหมาย

ในความคิดของผม การไม่รู้นี้ถือว่าเป็น "สิ่งที่ดี" เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์มีความจริงใจและเป็นไปได้อย่างยาวนาน

หนึ่งในข้อกังวลด้านคุณภาพการศึกษาไทยประเด็นหนึ่งที่ผมมักหยิบยกไปบรรยายในเวทีต่างๆ ก็คือ "การที่เด็กในยุคปัจจุบัน (นอกจากจะเป็นลูกคนเดียวเป็นส่วนมากแล้ว) ยังมีโอกาสเข้าสู่โลกสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมโซเชียลมีเดียอย่าง เฟซบุ๊ก ไลน์ หรือทวิตเตอร์ มากขึ้น"

ในขณะที่เด็กในสมัยก่อนไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ด้วยซ้ำ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความกังวลเป็นการส่วนตัวมานานก็คือ ผมมีความเชื่อว่าเด็กที่เข้าสู่สังคมออนไลน์เหล่านั้นอาจจะมีความ "อิจฉาริษยา" กันเพิ่มขึ้นจากการที่เราไป "รับรู้" และได้เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนในโลกออนไลน์เหล่านั้น (Social Comparison)

เพื่อให้ความกังวลของผมได้ถูกไขข้อสงสัย ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผศ.ดร.พีรยุทธ เจริญสุขมงคล ซึ่งเป็นอาจารย์รุ่นน้องที่นิด้า โดยอาจารย์ท่านมีความชำนาญในการศึกษาด้านการจัดการด้านจิตวิทยาองค์กร (Organization Psychology) และได้ฝากให้อาจารย์พีรยุทธช่วยทำการศึกษาในประเด็นนี้ให้หน่อย และเมื่อได้ผลการศึกษาแล้ว

ผมยังขอให้อาจารย์ช่วยตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสารทางวิชาการชั้นนำในต่างประเทศเพื่อให้แน่ใจว่า คุณภาพของงานนั้นได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีความน่าเชื่อถือ (ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากทางโลกวิชาการ)

ด้วยความเป็นนักวิชาการมืออาชีพ อาจารย์พีรยุทธได้รับปากจะทำให้ (โดยทำจาก Passion เป็นหลักไม่ได้มีเงินทองอะไรตอบแทน) และได้ผลการศึกษาออกมาแล้ว นอกจากนั้น อาจารย์พีรยุทธยังได้รับการตีพิมพ์งานศึกษานี้ในวารสาร Journal of Child and Family Studies ซึ่งเป็นวารสารนานาชาติที่อยู่ในระดับ Quartile 1 ของฐานข้อมูล Scopus ซึ่งถือว่าเป็นการกลั่นกลองคุณภาพของงานศึกษาชิ้นนี้แล้ว

ผลการศึกษาเป็นอย่างที่ผมกังวลไว้จริงๆ ครับ จากผลการสำรวจวัยรุ่นไทยจำนวน 250 คน และนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธี Partial Least Square พบว่าเด็กวัยรุ่นที่มีการเล่น โซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้นจะมีแนวโน้มที่จะชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนในสังคม (Social Comparison) มากขึ้น และจะมีระดับของความอิจฉาริษยา (Envy) สูงกว่าวัยรุ่นที่ไม่ค่อยเล่น โซเชียลมีเดียยิ่งถ้ามีปัจจัยที่สร้างการแข่งขันกันระหว่างเพื่อนในกลุ่ม (Competition among Peer Group) จะยิ่งเสริมสร้างให้ระดับของความอิจฉานั้นเพิ่มทวีขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า ลูกที่มี "พ่อแม่ที่ชอบเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่น" ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไปเพิ่มระดับความขี้อิจฉาริษยาให้กับลูกของตนมากขึ้น (จากการเล่นโซเชียลมีเดีย) ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากว่า ภายใต้สังคมไทยที่ครอบครัว ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักเลือกที่จะมีลูกคนเดียว (ที่มักจะได้รับทุกอย่างจาก พ่อแม่และไม่จำเป็นต้องเสียสละ อะไรให้กับใคร) ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบ การศึกษาปัจจุบันที่มีแต่การแข่งขัน ซึ่งลูกมักถูกเคี่ยวเข็ญให้ต้องเรียนเก่งให้ทัน (หรือให้มากกว่า) เพื่อน (โดยเฉพาะลูกที่มาจากพ่อแม่ที่ชอบเปรียบเทียบ)

นอกจากนี้ วันๆ ยังนั่งเล่นแต่ ไอแพดและเข้าเฟซบุ๊กจนบางครั้งยังไม่สามารถแยกแยะโลกของความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริง (Virtual World) ออกจากกันได้

ลองคิดเล่นๆ ครับว่า สังคมในอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าเด็กคนนั้นกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต่อให้ฉลาด แต่ต้องได้ทุกอย่างจากการแข่งขัน เสียสละไม่เป็น และยังขี้อิจฉาอีก โดยเฉพาะเมื่อผู้ใหญ่ที่มาจากเด็กเรียนเก่งเหล่านั้นจะมีโอกาสที่จะได้เป็นชนชั้นนำของประเทศในอนาคต n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน