
บลจ.แมนูไลฟ์การันตีหุ้นไทยยังถูกกว่าเพื่อนบ้าน
บลจ.แมนูไลฟ์ มองหุ้นไทยยังไปได้อีก พื้นฐานแกร่ง แถมราคาปัจจุบันยังถูกเมื่อเทียบตลาดหุ้นเอเชีย จังหวะดีปันผลกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผลอีก 70 สตางค์
บลจ.แมนูไลฟ์ มองหุ้นไทยยังไปได้อีก พื้นฐานแกร่ง แถมราคาปัจจุบันยังถูกเมื่อเทียบตลาดหุ้นเอเชีย จังหวะดีปันผลกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผลอีก 70 สตางค์
นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แมนูไลฟ์ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากทั้งภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จาการขยายตัวของการส่งออก การบริโภคภายในประเทศ และการใช้จ่ายของภาครัฐ และสืบเนื่องจากกระแสเงินลงทุนอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศที่ทยอยเข้าลงทุนในตลาดทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมูลค่าและปัจจัยพื้นฐานของตลาดไทยยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชีย โดยยังคงมีค่า Price-to-Book (P/BV) หรือราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชีและ Price-to-Earnings (P/E) หรือกำไรสุทธิต่อหุ้นต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการชะลอการลงทุนและการปรับพอร์ตบ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว ตลาดน่าจะยังคงเป็นขาขึ้น
นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากของตลาดหุ้นไทยเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปลายปี 2552 ทั้งนี้สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้ปรับตัวดีขึ้นกว่าระดับที่ตลาดได้ประมาณการไว้เป็นอย่างมากและเติบโตในทุกภาคส่วน อีกทั้งความมั่นใจของผู้บริโภคได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย การแก้ไขปัญหาโครงการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุดก็เป็นไปตามเงื่อนเวลาที่ตลาดคาดการณ์
ประเด็นสำคัญที่น่าจะต้องกล่าวถึงอีกประการได้แก่ กำไรสุทธิของบริษัทฯในตลาดปรับตัวสูงขึ้นกว่าความคาดหมายของตลาดเป็นอย่างมาก ทำให้นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักทั้งภาครัฐและเอกชนต่างปรับประมาณการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยครึ่งปีแรกของปี 2553 เศรษฐกิจไทยเติบโตถึงร้อยละ 10.6% ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการการเติบโตของผลผลิตมวลรวมของปี 2553 เป็น 7.5% จาก 5.5%
นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลของกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล (MS-EQ DIV) เป็นครั้งที่ 5 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.70 บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 29 ก.ย.2553 และกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 7 ต.ค.2553 นี้
การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ เป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 5 โดยจะจ่ายในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.70 บาท และจะปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 29 ก.ย. 2553 นี้ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2552 กองทุน MS-EQ DIV มีการจ่ายปันผลไปแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2552 จ่ายเงินปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.70 บาท ครั้งที่ 2 ปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 18 ม.ค.2553 จ่ายเงินปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.55 บาท ครั้งที่ 3 ปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2553 จ่ายเงินปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.70 บาท และครั้งที่ 4 ปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2553 จ่ายเงินปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.70 บาท รวมครั้งนี้เป็น 5 ครั้ง กองทุนจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 3.35 บาทต่อหน่วย
กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล (MS-EQ DIV) นี้ มีนโยบายจ่ายปันผลได้สูงสุดถึง 12 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาวในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยคำนึงถึงราคาและมูลค่าที่เหมาะสม ปัจจัยพื้นฐาน แนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ ประวัติการจ่ายเงินปันผลรวมถึงแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของหลักทรัพย์นั้นๆ







