posttoday
เข้าเต็นท์ใช้บริการหมอ 1.6 หมื่นคน

เข้าเต็นท์ใช้บริการหมอ 1.6 หมื่นคน

26 ตุลาคม 2560

ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยหลอมหัวใจเป็นดวงเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากคลื่นของพสกนิกรที่เข้ายังพื้นที่สนามหลวงและบริเวณโดยรอบ

ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยหลอมหัวใจเป็นดวงเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากคลื่นของพสกนิกรที่เข้ายังพื้นที่สนามหลวงและบริเวณโดยรอบ

ตลอดหลายวันที่ผ่านมาจนถึงวันสำคัญของไทยเมื่อวันที่ 26 ต.ค. แม้พสกนิกรมากกว่าแสนคนจะต้องเผชิญกับอากาศที่แปรปรวน แต่ก็ไม่อาจทำให้ลดละความพยายามที่จะขอเข้าไปให้ใกล้พ่อของแผ่นดินให้ได้มากที่สุดแต่อย่างใด

สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่มาร่วมงานนั้น นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นจากงานพระราชพิธีแล้ว ยังคงให้หน่วยแพย์ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมแพทย์รวม 4,000 ทีม หมุนเวียนเข้าทำหน้าที่กับแพทย์ในส่วนสังกัดต่างๆ

ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค.นี้ มีประชาชนเข้ารับบริการจากหน่วยแพทย์ราว 1.6 หมื่นคน ส่วนใหญ่มาด้วยอาการอ่อนเพลีย เป็นลม ตะคริว เจ้าหน้าที่ทั้งแพทย์และพยาบาลได้ช่วยเหลือด้วยการให้ยาดม ทำแผลในส่วนผู้ที่มีอุบัติเหตุ จำนวนดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลรวม 67 คน

"ประชาชนที่เป็นลมมาจากหลายกลุ่มอายุ สาเหตุเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ กอปรกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประชาชนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก แต่ไม่ต้องกังวลเพราะมีแพทย์และพยาบาล รวมถึงจิตอาสาจำนวนเพียงพอที่จะดูแลประชาชนตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง" รมว.สาธารณสุข ให้คำมั่น

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภาและผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค. ประชาชนส่วนใหญ่ที่แพทย์ได้เข้าช่วยเหลือมาจากปัญหาทางร่างกายที่มีผลมาจากสภาพอากาศ เพราะมีทั้งฝนตกและแดดจ้า บวกกับอากาศที่ร้อนจัดจึงทำให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงวัยเป็นลมและเหนื่อยล้า รวมถึงบางส่วนก็เป็นหวัดจากฝนที่ตกลงมาในช่วงก่อนหน้านี้

"เตียงสนามรองรับผู้ป่วยเต็มทุกเตียง ซึ่งแพทย์ได้ขยายพื้นที่รองรับออกไปนอกเต็นท์โรงพยาบาลสนามด้วย เนื่องจากเตียงไม่พอจะให้ดูแลผู้ป่วยที่เป็นลมเพราะอากาศร้อน จึงจำเป็นต้องให้ประชาชนนอนรอบริเวณพื้นที่จัดเตรียมให้ แต่ก็อยู่ในเต็นท์และมีแพทย์พยาบาลอาสาเข้าดูแลผู้ป่วยทุกคน และทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนฟื้นและมีเรี่ยวแรงจากอาการเป็นลม ส่วนปัญหาการเจ็บป่วยที่รุนแรงนั้นขณะนี้ยังไม่มี" พล.อ.ต.นพ.อิทธพร ย้ำ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในภาคสนามทั้งในและนอกพื้นที่สนามหลวงต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

ธานินทร์ พุทธขันย์ เจ้าหน้าที่การแพทย์ ประจำหน่วยแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งประจำอยู่บริเวณหน้า บริษัท เทเวศประกันภัย เปิดเผยว่า อาการเจ็บป่วยที่ต้องดูแลเร่งด่วนเห็นจะเป็นในเรื่องของอาการเป็นลม แต่ยังไม่พบอาการที่มีความรุนแรง

"เราไม่ได้ทำคนเดียว เพราะในพื้นที่จะมีรถพยาบาลวนอยู่แล้ว รวมถึงมูลนิธิต่างๆ คอยช่วยดูคนไข้ และมาส่งตามจุดที่มีรถพยาบาล สำหรับหน่วยแพทย์เดินเท้าก็จะมีเตรียมไว้หากได้รับคำสั่งมา โดยเราสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง"

ณัฐสิมา บางน้ำเค็ม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ หน่วยแพทย์พยาบาลประจำศาลาว่าการ กทม. ระบุว่า ผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่ก็มีอายุตั้งแต่ 30-70 ปี ส่วนใหญ่มีอาการตั้งแต่ อาทิ ปวดหัว เป็นลม ปวดเมื่อย เนื่องจากเดินมาด้วยระยะทางไกล ซึ่งหน่วยแพทย์พยาบาลนี้มาประจำการตั้งแต่ วันที่ 23 ต.ค. โดยก่อนมาทำหน้าที่ได้ทำการซักซ้อมเสมือนจริงตั้งแต่ ต้นเดือน ต.ค.

"อยากเตือนประชาชนที่จะเดินทางเข้าร่วมงานควรดูแลตัวเองให้พร้อม โดยเฉพาะหากใครมีโรคประจำตัวก็ควรพกยามาด้วย รวมทั้งควรจะรับประทานอาหารให้อิ่ม เพราะการผ่าน จุดคัดกรองเข้าร่วมงานอาจใช้เวลานาน ประกอบกับสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้เป็นลมได้ง่าย ดังนั้นควรตรวจเช็ก ร่างกายให้พร้อม" ณัฐสิมา กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI